ยังเหลือเวลาอีกนานกว่าฟ้าจะสาง เขาจึงตัดสินใจน าร่างไร้วิญญาณของอิ่งจือออกจากจวนตระกูลเฟ่ยเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง โม่จิ่วเยี่ยใช้วิชาตัวเบาพาร่างของอิ่งจือไปยังภูเขาที่อยู่ใกล้จวนตระกูลเฟ่ยอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ขุดหลุมฝังร่างนั้นไว้เมื่อกลับมาหาเฟ่ยหนานอวี่อีกครั้ง ท้องฟ้าก็ใกล้จะสว่างแล้วเฟ่ยหนานอวี่คงจะไม่ได้นอนทั้งคืน เขายังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะเช่นเดิมเมื่อเห็นว่าโม่จิ่วเยี่ยออกไปนานเช่นนี้ เขาก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงค านึงถึงการไม่ทิ้งหลักฐานให้หนานฉี จึงน าศพไปทิ้งที่ไกล ๆขณะเดียวกันความไว้วางใจที่เฟ่ยหนานอวี่มีต่อโม่จิ่วเยี่ยก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นอีกหลายส่วนเสด็จพ่อผู้เป็นจักรพรรดิของเขาช่างหูตาฝ้าฟางจริง ๆ ถึงกับผลักไสขุนนางและแม่ทัพที่เก่งกาจเช่นนี้ออกไปไกลแสนไกล ถึงขนาดใช้วิธีการน่าอัปยศเพื่อกลั่นแกล้งใส่ความหากเป็นเขา คนแบบนี้แม้จะอุ้มชูไว้ก็ยังรู้สึกว่าไม่เพียงพอโมจิ่วเยี่ยไม่รู้ว่าเฟ่ยหนานอวี่ก าลังคิดอะไรอยู่ “โชคดีที่คุณชายเฟ่ยไม่ต้องกังวลว่าจะมีปัญหาภายหลังแล้ว”
เฟ่ยหนานอวี่พยักหน้าด้วยความซาบซึ้ง จากนั้นก็ส่งห่อผ้าให้โม่จิ่วเยี่ย“นี่คือเสื้อผ้าที่ผู้ติดตามของข้าสวมใส่ตามปกติ รบกวนคุณชายเก้าแล้ว”โม่จิ่วเยี่ยรับเสื้อผ้ามาแล้วรีบเปลี่ยนอย่างรวดเร็วท้องฟ้าสว่างขึ้น เฟ่ยหนานอวี่ก าชับว่า “อิ่งจือมักจะก้มหน้าต่อหน้าหนานฉีเสมอ ท่านเพียงท าตามที่ข้าบอก หากหนานฉีถามท่านเรื่องของข้า