รึ่งชั่วยาม หนานฉีก็มาถึงเมื่อเห็นเขามาแต่ไกล โม่จิ่วเยี่ยแทบจะจ าอีกฝ่ายไม่ได้หนานฉีท้วมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และจ านวนผู้ติดตามกับองครักษ์รอบตัวเขาก็เพิ่มขึ้นมาก ดูท่าว่าตอนนี้เขาใช้ชีวิตอย่างดีจริง ๆ
เมื่อเห็นเขาเดินมา เฟ่ยหนานอวี่รีบก้าวไปข้างหน้าประสานมือค านับ“องค์ชายหนานฉี”หนานฉีไพล่มือไว้ด้านหลัง ท่าทางสูงส่งเหนือผู้อื่น“อืม เจ้าไม่ต้องค านับแล้ว”ด้วยท่าทีเช่นนี้ช่างแตกต่างจากคนที่โม่จิ่วเยี่ยเคยรู้จักอย่างสิ้นเชิงนี่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ หากคนเรารู้สึกว่าตนเองได้ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของชีวิตแล้ว ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะรู้สึกเหนือกว่าใครไม่เว้นแม้แต่หนานฉี เวลานี้เขาถูกขุนนางทั้งราชส านักยกย่องจนสูญเสียตัวตนไปอย่างสิ้นเชิงแล้วโม่จิ่วเยี่ยก็เช่นกัน เขาตามเฟ่ยหนานอวี่ไปค านับหนานฉีด้วยแน่นอนว่าหนานฉียังคงไม่ไว้วางใจเฟ่ยหนานอวี่ เมื่อพวกเขาเข้ามา สายตาของเขาก็ตกลงบนตัวของโม่จิ่วเยี่ยโดยไม่รู้ตัวโม่จิ่วเยี่ยยังคงรักษาท่าทางก้มหน้าเอาไว้ตลอด แต่ก็ยังสามารถเห็นการกระท าของหนานฉีได้จากหางตาดังนั้น เขาจึงท าตามค าแนะน าของเฟ่ยหนานอวี่ด้วยการส่ายหัวเบา ๆพอหนานฉีเห็นสัญญาณของเขาแล้ว ก็เบนสายตาไปทางอื่น
“คงจะให้คุณชายเฟ่ยรออยู่นานแล้ว ตามข้าเข้าจวนไปพร้อมกันเถอะ”เฟ่ยหนานอวี่ค้อมศีรษะลงอย่างนอบน้อม แล้วพาโม่จิ่วเยี่ยเดินตามหลังหนานฉีไปหนานฉีเป็นถึงองค์ชายแห่งต้าซุ่น และยังเป็นผู้ที่ทุกค