กล่าวอีกนัยหนึ่งในใจของเฟ่ ยหนานอวี่ หากเขายังไม่อาจแม้แต่ จะเชื่อใจคนสกุลโม่ได้ บนโลกนี้ก็คงไม่มีคนที่ควรค่าแก่การให้เชื่อ ใจอีกแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยไม่อาจรู ้ได้ว่าเฟ่ ยหนานอวี่ได้นับว่าคนสกุลโม่เป็ นพวก เดียวกันแล้ว เมื่อใดที่เขาขึ้นครองราชย์ สิ่งแรกที่ต้องทาคือช่วยสกุล โม่ชาระล้างมลทิน ให้พวกเขากลับคืนสู่เมืองหลวงอีกครั้ง
แผ่นดินจะมั่นคงได้ ก็ต่อเมื่อมีคนภักดีเช่นนี้คอยช่วยเหลือ เกื้อกูล
โม่จิ่วเยี่ยคาดไม่ถึงว่าสกุลโม่จะเป็ นที่ต้องตาของว่าที่องค์ จักรพรรดิผู้นี้เสียแล้ว สิ่งที่เขาคิดคือ เมื่อไหร่ที่เรื่องราวทุกอย่างได้ ข้อสรุปก็จะจากไปโดยเร็ว
ทว่าเขายังไม่ทันจะเอ่ยปาก เฟ่ยหนานอวี่ก็เป็ นฝ่ายเริ่มพูดก่อน
“สุดท้ายเฟ่ยมามาก็ยังคงเป็ นซิ่งเฟย”
โม่จิ่วเยี่ยเลิกคิ้ว เขาไม่รู ้ว่าเฟ่ ยหนานอวี่ต้องการจะพูดอะไรกับ ตัวเอง แต่ถ้าเกี่ยวกับเรื่องชาติกาเนิด เขาก็ไม่ได้อยากจะขุดคุ้ยอะไร มากนัก
เพราะว่าพวกเขาสกุลโม่ต่างก็หมดหวังกับราชส านักไปแล้ว ไม่ อยากจะไปข้องเกี่ยวอะไรด้วยอีก การที่รู ้มากเกินไปก็ไม่ได้ก่อให้เกิด ผลดีอะไร
โดยทั่วไปแล้ว เฟ่ ยหนานอวี่ย่อมเข้าใจความคิดของโม่จิ่วเยี่ยได้ เป็ นอย่างดี อีกฝ่ายคงจะไม่อยากรับรู ้เรื่องราวเหล่านี้แน่
ทว่าในเมื่อเขากล้าจะเอ่ยออกมาเช่นนี้ แสดงว่าต้องการให้โม่จิ่ว เยี่ยมองเขาให้แตกต่าง และต้องการแสดงให้เห็นว่าเขานั้นไม่ เหมือนกับคนอื่นในราชวงศ์