ดด าเดินลัดเลาะออกจากตรอกหย่งอันเขากลับมาที่ที่คุ้นเคยที่สุดอีกครั้งและสังเกตการณ์หลังจากนั้นเขาก็กระโดดข้ามก าแพงฝั่งตะวันออกเข้าไปภายในลานมืดสนิท ต่างจากตอนที่สกุลโม่เคยอาศัยอยู่โม่จิ่วเยี่ยคุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างดี เขาเดาว่าเฟ่ยหนานอวี่น่าจะอาศัยอยู่ในเรือนหลัก จึงรีบวิ่งตรงไปยังเป้าหมาย
ใครจะรู้ว่าเรือนหลักก็มืดสนิทเช่นกัน เมื่อมองไปที่ห้องหนังสือซึ่งอยู่ติดกับเรือนหลัก ก็พบว่ามีแสงสว่างเล็ดลอดออกมาจากหน้าต่างโม่จิ่วเยี่ยค่อย ๆ เคลื่อนกายด้วยความระมัดระวังไปยังห้องหนังสือ เพราะเขารู้สึกได้ว่าบริเวณนั้นมีรังสีของคนแปลกหน้าจ านวนมาก แสดงว่าที่นั่นต้องมีองครักษ์คอยเฝ้าอยู่เขาเก็บซ่อนลมหายใจแล้วลอบไปด้านหลังห้องหนังสือ เจาะรูเล็ก ๆ บนกระดาษหน้าต่างด้านหลัง แล้วยื่นหน้าเข้าไปสอดส่องดูเฟ่ยหนานอวี่ไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย เขาก าลังเอนกายอยู่บนเตียงนุ่ม ดวงตาปิดลงครึ่งหนึ่ง ดูจากลมหายใจแล้วก็ไม่เหมือนกับก าลังหลับสนิท โม่จิ่วเยี่ยเดาว่าอีกฝ่ายน่าจะก าลังครุ่นคิดอะไรอยู่ชั่วขณะนั้นทุกอย่างเงียบสงัดโม่จิ่วเยี่ยสวมชุดด ามิดชิดทั้งร่างไม่สะดุดตา อีกอย่างเขายังจงใจกลั้นเสียงหายใจเอาไว้ก่อนหน้านี้ จึงไม่ถูกองครักษ์ที่อยู่รอบ ๆ พบเห็นแต่เฟ่ยหนานอวี่นั้นไม่ได้ฝึกฝนวรยุทธ์ หากเขาไม่ส่งเสียงอะไรออกไป คิดว่าเฟ่ยหนานอวี่ก็คงไม่อาจรู้ถึงการมีอยู่ของเขาได้แน่วันนี้ที่หน้าจวนตระกูลเฟ่ย โม่จิ่วเยี่ยคา