โม่จิ่วเยี่ยก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ในมือถือขวดกระเบื้องที่ค้นได้จากตัวพวกเขา“ก าลังหาสิ่งนี้อยู่หรือ?”“เอ่อ…”“นี่…”ทั้งสองคนเห็นของส าคัญที่ใช้รักษาชีวิตอยู่ในมืออีกฝ่ายก็รู้สึกปวดหัวทันที่โม่จิ่วเยี่ยแค่นหัวเราะ เก็บขวดกระเบื้องเข้าอกเสื้อ แล้วถามตามตรง “ใครส่งพวกเจ้ามาที่เมืองอวิ่น?”ขณะที่เขาถาม โม่ชูหานก็ชักดาบสั้นออกมาจ่อคอของชาวหนานเจียงที่อายุมากกว่าชาวหนานเจียงตกใจจนเหงื่อไหลไม่หยุด พวกเขาเองก็มีวรยุทธ์ติดตัวเช่นกัน แต่เมื่อครู่พวกเขารู้สึกได้ว่าวรยุทธ์ของคนตรงหน้านั้นเหนือกว่ามาก โดยเฉพาะการมีโม่จิ่วเยี่ยอยู่ด้วย เขาคนนี้คืออดีตเทพสงครามของต้าซุ่น พวกเขาไม่มีทางสู้ได้เลยหากไม่ยอมรับว่าตนเป็นชาวหนานเจียง ก็อาจจะมีโอกาสรอดชีวิตได้บ้าง
“คุณชายไว้ชีวิตด้วย…พวกข้าเป็นชาวต้าซุ่น ไม่ใช่ชาวหนานเจียง!”ชาวหนานเจียงคนนี้พูดโดยไม่มีส าเนียงทางใต้ใด ๆ ฟังเหมือนส าเนียงของคนต้าซุ่นทุกประการแม้จะเป็นเช่นนั้น ก็ไม่มีผู้ใดเชื่อค าพูดของเขาโม่ชูหานขยับดาบที่จ่อคออีกครั้ง ชาวหนานเจียงสัมผัสได้ถึงความเย็นเล็กน้อย หากดาบขยับอีกครั้ง เกรงว่าคงจะได้เห็นเลือดแล้ว“คะ…คุณชายเมตตาด้วย ข้าไม่ใช่ชาวหนานเจียงจริง ๆ”โม่ชูหานแค่นเสียงเย็นชา “หึ! ใกล้ตายแล้วยังดื้อด้านอีก ข้าจะให้เจ้าลิ้มรสความทรมานยิ่งกว่าความตายเอง”ขณะพูด เขาเปลี่ยนต าแหน่งดาบในมือ แล้วตัดหูข้างหนึ่งของชาวหนานเจียงอายุมากทันที่“อ๊