ิงของเมิ่งไห่หนิงโม่จิ่วเยี่ยรู้ดีที่สุดว่าภรรยาของเขำครุ่นคิดอย่ำงหนักเกี่ยวกับสินสอดของหานเยี่ยในช่วงไม่กี่วันนี้ ตอนนี้ภรรยาของเขำคิดสินสอดที่จะมอบให้น้องสาวได้แล้ว จะยอมให้เมิ่งไห่หนิงปัดมันทิ้งไปได้อย่ำงไร?“สินสอดเป็นเรื่องที่ทำงครอบครัวเจ้ำสาวเป็นผู้ตัดสินใจ สินสอดของหานเยี่ยถูกตัดสินใจเช่นนี้แล้ว น้องชายเมิ่งไม่ต้องคิดมากหรอก”โม่จิ่วเยี่ยมีภำพลักษณ์เด็ดขำดต่อหน้ำคนนอก ดังนั้นเมิ่งไห่หนิงจึงคิดว่าตนโต้แย้งต่อไปก็ไร้ประโยชน์“เช่นนั้น ข้าก็จะไม่เกรงใจพี่เก้ำแล้ว”
อย่ำงมากเขำก็แค่ซื้อร้ำนค้ำในเมืองเพิ่มอีกสองสามแห่งให้โม่หานเยี่ย ก็จะถือว่าเท่ำเทียมกับสินสอดของเจ้ำสาวแล้วโม่หานเยี่ยไม่รู้ว่าเมิ่งไห่หนิงกำลังคิดอะไรอยู่ เพียงเห็นว่าบรรลุเป้าหมายของตนแล้วจึงก้มหน้ำลงอย่ำงเขินอายและไม่พูดอะไรอีกฮูหยินผู้เฒ่ำเห็นบรรยากำศเริ่มอึดอัด จึงรีบพูดว่า “เอาเถอะวันนี้เรื่องงำนแต่งของใต้เท้ำเมิ่งกับหานเยี่ยก็ได้ตกลงกันแล้ว นี่นับเป็นเรื่องน่ำยินดี อีกอย่ำงบ้ำนใหม่ของพวกเราก็เพิ่งทำพิธียกขื่อเสร็จ ทุกท่านที่มาบ้ำนสกุลโม่วันนี้ ขอเชิญอยู่ร่วมทำนอาหารด้วยกันทั้งหมดเถอะ”คำพูดนี้บอกชัดเจนว่าเรื่องนี้ถูกตัดสินแล้ว ไม่ต้องพูดอะไรเพิ่มเติมอีกพี่น้องสกุลโม่มีไหวพริบดี พอได้ยินคำพูดของมารดำก็รีบลุกขึ้นยืน เชิญชวนทุกคนไปเยี่ยมชมบ้ำนใหม่ รอเริ่มงำนเลี้ยงโม่หานเยี่ยสมปรารถนาแล้ว ก็ไม่ควรมาปรากฏตัวต่อหน้ำเ