มิ่งไห่หนิงมากเกินไป จึงถือโอกำสวิ่งไปช่วยงำนพี่สะใภ้สิ่งที่ทำให้คนสกุลโม่ไม่คำดคิดคืองำนเลี้ยงในพิธียกขื่อยังไม่ทันจะเริ่ม ชำวบ้ำนก็ทยอยส่งของขวัญกันมาแล้วของขวัญของพวกเขำล้วนเป็นสัตว์ที่เลี้ยงเอง เช่น ไก่ เป็ดทั้งหมดถูกชำแหละจนเรียบร้อยแล้วส่งมาให้
ยังมีบ้ำนที่มีฐำนะดี ๆ หน่อย พวกเขำส่งผ้ำมา ส่วนบ้ำนที่ยากจนกว่าก็ส่งตะกร้ำไข่ไก่มาให้ของขวัญเหล่านี้ สาหรับชำวบ้ำนในหมู่บ้ำนซีหลิ่งถือว่าเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ สกุลโม่ย่อมต้องจดจำน้ำใจนี้ไว้ทุกคนการมาของชำวบ้ำนเป็นเรื่องที่ไม่คำดคิด โชคดีที่โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านเตรียมวัตถุดิบไว้มากมาย จึงรีบบอกให้ทำงครัวเพิ่มปริมาณอาหารพอถึงตอนเที่ยงวัน รอบ ๆ บ้ำนใหม่ก็เต็มไปด้วยโต๊ะเก้ำอี้ที่ชำวบ้ำนนามาหลังจากฮูหยินผู้เฒ่ำกล่าวขอบคุณสองสามประโยค ทุกคนก็นั่งล้อมวงรอบโต๊ะตอนนี้แม้แต่หนานรุ่ยก็พำเต๋อเฟยมาด้วยเขำส่งของขวัญมาให้แต่เช้ำแล้ว ที่มาตอนนี้ก็เพื่อต้องการจะมาร่วมงำนนอกจากนี้ เขำก็คิดเอาไว้แล้วว่า หากอนาคตจะอยู่ที่หมู่บ้ำนซีหลิ่ง ย่อมไม่อาจปิดประตูไม่โผล่หน้ำออกไปที่ไหน วันนี้จึงโอกำสสร้ำงความคุ้นเคยกับชำวบ้ำนเหล่านี้ไว้
เมิ่งไห่หนิงไม่เคยพบหนานรุ่ย แต่ด้วยสายตำของเขำสามารถบอกได้ว่า คนสองคนนี้มีท่ำทำงไม่ธรรมดำ พวกเขำจะต้องไม่ใช่พ่อค้ำหรือชำวบ้ำนธรรมดำแน่นอนอีกทั้งเขำเห็นว่าหญิงชราผู้นั้นกับฮูหยินผู้เฒ่ำดูสนิทสนมกันมาก จึงมั่นใจว่าทั้งสองมีความ