านาน แต่ไม่เคยเจอหน้ำเซี่ยเทียนไห่กับฟำงฉวนโจวมาก่อน อีกทั้งเขำยังกำชับกับคนในสกุลโม่ไม่ให้เปิดเผยเรื่องที่เขำอยู่ที่นี่วันนี้เขำเลือกจะมาปรากฏตัว เพราะคิดว่าต่อไปจะใช้ชีวิตเยี่ยงคนธรรมดำเหมือนคนสกุลโม่ ดังนั้นจึงไม่ปิดบังตัวต่อหน้ำผู้อื่นอีกพอเห็นเซี่ยเทียนไห่กับฟำงฉวนโจวทำท่ำจะคำนับหนานรุ่ย โม่จิ่วเยี่ยก็รีบเข้าไปห้ำมไว้โม่จิ่วเยี่ยกล่าวเสียงเบำว่า “ท่านลุงทั้งสอง พวกท่านทำเป็นไม่รู้จักคนผู้นั้นเถอะ เดี๋ยวข้าจะอธิบำยให้ท่านฟังอย่ำงละเอียดเอง”
เมื่อได้ยินโม่จิ่วเยี่ยพูดเช่นนั้น ทั้งสองก็เข้าใจทันที่ แต่ก็ยังรู้สึกหวาดหวั่นอยู่บ้ำงอย่ำงไรก็ตำม พวกเขำล้วนเป็นผู้ที่มีความคิดอ่าน จึงไม่แสดงออกมาชัดเจนเกินไปทั้งคู่ปรับตัวได้อย่ำงรวดเร็ว ไม่มองไปทำงหนานรุ่ยอีก แต่นั่งลงพร้อมกับชำวบ้ำนคนอื่น ๆเมื่อหนานรุ่ยเห็นเช่นนั้น ก็พยักหน้ำให้โม่จิ่วเยี่ยด้วยความขอบคุณ จากนั้นก็ถูกฮูหยินผู้เฒ่ำเรียกไปทำนอาหารที่โต๊ะของนางหลังแขกเหรื่อนั่งลงกันหมดแล้ว โม่จงหยวนในฐำนะตัวแทนของสกุลโม่ก็กล่าวขอบคุณอีกครั้ง จากนั้นงำนเลี้ยงก็เริ่มขึ้นอย่ำงเป็นทำงการเนื่องจากมีเมิ่งไห่หนิงอยู่ด้วย ชำวบ้ำนจึงรู้สึกทำตัวไม่ถูกอยู่บ้ำงแม้จะเจออาหารดี ๆ เช่นนี้ก็ไม่กล้ำเอ่ยชมเสียงดัง ได้แต่ก้มหน้ำก้มตำทำนไปเงียบ ๆเซี่ยเทียนไห่กับฟำงฉวนโจวไม่กลัวเมิ่งไห่หนิง แต่พวกเขำรู้สึกอึดอัดเมื่อได้เห็นองค์ชายหนานรุ่ย ทั้งสองจึงทำนอาหารอย