ฮูหยินผู้เฒ่ารู้กฎเกณฑ์ประเพณีเหล่านี้ดี แต่ที่นางท าเช่นนี้ก็เพราะมีเหตุผล“ตอนนี้เข้าเดือนสี่แล้ว” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยขึ้นพลางทอดสายตาไปไกล ใบหน้าฉายแววกังวลอยู่ลึก ๆ“อวิ๋นเฟิงไปสืบข่าวที่ชายแดนตะวันตกจนป่านนี้ก็ยังไม่กลับมาบิดากับพี่ชายของพวกเจ้าก็ยังไม่รู้ชะตากรรม” นางเว้นช่วงไปเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อ “จากข่าวที่ได้มา ปรมาจารย์ซือเหมิงจะไปปรากฏตัวที่ชายแดนตะวันตกในเดือนเจ็ด ข้ากังวลว่าหากถึงตอนนั้นแล้วยังช่วยบิดากับพี่ชายของพวกเจ้าออกมาไม่ได้ พวกเขาคงจะตกอยู่ในอันตราย”ที่จริงแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจมาตลอด นางไม่เคยปริปากพูดกับเหล่าลูกชายลูกสาว เพราะกลัวว่าพวกเขาจะหมดก าลังใจแต่ครั้งนี้ที่ต้องพูดถึงเรื่องวันแต่งงานของบุตรสาว นางจึงจ าเป็นต้องอธิบายให้พวกเขาฟังเฮ่อจือหรานเข้าใจความหมายของแม่สามีดี แม้อีกฝ่ายจะเอ่ยเพียงไม่กี่ประโยค นางก็เดาความคิดของอีกฝ่ายได้เพียงแต่เรื่องนี้ไม่สมควรออกจากปากของนางอย่างไรก็ตาม การที่นางไม่พูด ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะไม่พูดด้วยเช่นกัน
สะใภ้รองซึ่งเป็นคนตรงไปตรงมา ดูเหมือนวันนี้ความคิดจะแล่นเป็นพิเศษ สิ่งแรกที่นางนึกถึงคือสามีที่ยังไม่รู้ชะตากรรมของตนน ้าตาไหลพรากออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ต่อหน้าทุกคนนางลุกขึ้นยืนพลางกล่าวเสียงสะอื้นว่า “ท่านแม่ ท่านพี่กับท่านพ่อต้องปลอดภัยกลับมาแน่นอนเจ้าค่ะ ท่านอย่าได้เอื้อนเอ่ยเช่นนี้อีกเลย”สะใภ้ใหญ่ก็น ้าต