เห็นโม่หานเยี่ยปฏิเสธหลายครั้ง แม้แต่ถังหมิงรุ่ยที่ผ่านโลกมามากก็ยังรู้สึกกระอักกระอ่วนมือที่ถือถุงเงินของเขายื่นไปข้างหน้า ไม่รู้จะวางลงดีหรือไม่ขณะนั้นเอง ฮูหยินผู้เฒ่าก็เดินออกมาจากในห้องนางได้ยินเสียงสนทนาที่ลานบ้าน หลังจากแอบดูอยู่ครู่หนึ่ง ก็ตัดสินใจออกมาช่วยบุตรสาวให้พ้นจากสถานการณ์อันน่าอึดอัดนี้แต่ใครจะรู้ว่ายังไม่ทันได้เอ่ยปาก เมิ่งไห่หนิงที่เงียบมาตลอดก็เดินมาหยุดตรงหน้านางเมิ่งไห่หนิงมีท่าทีสุภาพนอบน้อม โค้งค านับให้ฮูหยินผู้เฒ่า“สวัสดีขอรับ ฮูหยินผู้เฒ่า”ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้าอย่างใจดี “วันนี้ใต้เท้าเมิ่งมีเวลาว่างมาเยี่ยมบ้านหลังน้อยของข้าด้วยหรือ?”สองมือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อของเมิ่งไห่หนิงก าแน่นแล้วคลายออก คลายออกแล้วก าแน่นอยู่ครู่หนึ่งในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเอ่ยขึ้นมาว่า “ข้าอยากแต่งงานกับแม่นางโม่ และขอสาบานว่าชาตินี้จะมีนางเป็นภรรยาเพียงคนเดียว แม้ไร้บุตรก็จะไม่มีอนุภรรยาเด็ดขาด”
เมิ่งไห่หนิงต้องใช้ความกล้าหาญมากเพียงใดในการพูดประโยคเช่นนี้ต่อหน้าผู้คนมากมาย ฟ้าดินเป็นพยานได้แท้จริงแล้วเขาตั้งใจว่าจะท าความคุ้นเคยกับโม่หานเยี่ยให้มากขึ้น ให้นางมีความรู้สึกดี ๆ ต่อตนมากขึ้น จากนั้นค่อยเขียนจดหมายส่งถึงครอบครัว ขอให้พี่สะใภ้ของเขามาช่วยสู่ขอ ด้วยวิธีนี้จึงจะแสดงให้เห็นถึงใจจริงของเขาที่มีต่อโม่หานเยี่ยได้ทว่าวันนี้เขากลับเห็นถังหมิงรุ่ยแสดงออกอย่างชัดเจนแล้ว หากเขาย