ังคงนิ่งเฉยต่อไป เกรงว่าภรรยาคงจะถูกผู้อื่นแย่งไปเสียก่อนเท่าที่ฮูหยินผู้เฒ่ารู้จักเมิ่งไห่หนิง เขาไม่ใช่คนหุนหันพลันแล่นยิ่งไปกว่านั้น นางยังมองออกว่า ชายหนุ่มคนนี้ก าลังจะส่งคนมาสู่ขอบุตรสาวนางแล้วค าพูดของเมิ่งไห่หนิงครั้งนี้ ท าให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ทันได้เตรียมตัวจริง ๆอย่างไรก็ตาม ในเมื่อนางเห็นด้วยกับการแต่งงานระหว่างบุตรสาวกับเมิ่งไห่หนิงอยู่แล้ว จึงไม่อาจปฏิเสธได้“หากใต้เท้าเมิ่งมีความตั้งใจเช่นนี้ พวกเราก็สามารถนั่งพูดคุยกันได้” ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวเช่นนี้ ถือเป็นการให้ความมั่นใจกับเมิ่งไห่หนิงมากแล้ว
เมิ่งไห่หนิงรีบค านับทันที่ “ฮูหยินผู้เฒ่าโปรดให้เวลาข้าสามวันข้าจะเตรียมของหมั้นให้พร้อม แล้วเชิญแม่สื่อที่ดีที่สุดในเมืองมาสู่ขอบุตรสาวท่านอย่างเป็นทางการ”เวลาค่อนข้างกระชั้นชิด การเชิญพี่สะใภ้ของเขามาคงไม่ทันการณ์ การหาแม่สื่อที่ดีที่สุดในเมือง ก็น่าจะไม่ท าให้โม่หานเยี่ยต้องผิดหวัง ยิ่งกว่านั้น ทุกคนต่างรู้ดีว่าต้องตีเหล็กตอนก าลังร้อน ในเมื่อฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ปฏิเสธทันที่ ก็แสดงว่านางไม่ได้รังเกียจเขาเช่นนี้แล้ว เขาจะไม่ให้คนสกุลโม่มีโอกาสเปลี่ยนใจเด็ดขาดตอนที่เมิ่งไห่หนิงพูดเมื่อครู่ เขายังแอบมองโม่หานเยี่ยแวบหนึ่งหญิงสาวในยามนี้อายจนต้องหลบไปอยู่ด้านหลังบรรดาพี่สะใภ้แล้ว แม้จะรู้ว่าตนเองไม่ควรอยู่ที่นี่ตอนที่มีการพูดคุยเรื่องเช่นนี้ แต่นางก็ไม่อยากจากไป นางอยากฟังเรื่องรา