าคลอ แต่นางไม่ได้พูดสิ่งใดออกมา แต่นั่งสวดภาวนาในใจเงียบ ๆ ขอให้สามี พ่อสามี และน้องชายคนรองของสามีสามารถกลับมาได้อย่างปลอดภัยเหมือนพี่น้องคนอื่นที่หายตัวไปฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้มองโลกในแง่ร้าย แต่เพราะผ่านเรื่องราวมามากมาย จึงท าใจยอมรับความจริงได้ง่ายกว่าลูกสะใภ้ทั้งสองนางเช็ดน ้าตาที่ไหลออกมาอย่างแผ่วเบา กล่าวว่า “ข้าก็แค่เป็นห่วงเท่านั้น เรื่องราวทุกอย่างยังไม่สิ้นสุด ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าบทสรุปจะเป็นเช่นไร”ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวปลอบใจสะใภ้รองให้นั่งลง ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้งว่า “หากล่วงเลยเข้าเดือนเจ็ดแล้วแต่ยังคงไม่มีข่าวคราวใด ๆหากมีข่าวร้ายมา…งานแต่งงานของหานเยี่ยก็คงต้องเลื่อนออกไปก่อน”“พวกเราไม่ปล่อยให้สิ่งเหล่านั้นมาท าลายความสุขตลอดชีวิตของหานเยี่ยได้”
ในฐานะผู้อาวุโสมากประสบการณ์ นางไม่เชื่อว่าหากมีข่าวการเสียชีวิตของสามีและบุตรชายส่งกลับมา หลังจากโม่หานเยี่ยไว้ทุกข์จนครบสามปีแล้ว เมิ่งไห่หนิงจะยังคงยืนรออยู่ที่เดิมโดยไม่เปลี่ยนแปลงดังนั้น วันนี้นางจึงต้องการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับเรื่องการแต่งงานของบุตรสาวโม่จิ่วเยี่ยไม่ชอบกฎเกณฑ์เหล่านั้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมั่นใจว่าจะสามารถช่วยเหลือบิดาและพี่ชายกลับมาได้อย่างปลอดภัยแน่นอนว่าไม่ว่ามารดาจะคิดอย่างไร เขาก็เลือกที่จะสนับสนุน“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านแม่คิดเห็นอย่างไรเล่า”ฮูหยินผู้เฒ่าถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “ใต้เท้าเม