ิ่งบอกไว้แล้ว ว่าอีกสามวันเขาจะมาสู่ขอ เขาไม่มีญาติผู้อาวุโสอยู่ในเมืองอวิ๋น หากข้าเป็นคนก าหนดวันแต่งงานให้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก”“หากท่านแม่คิดเห็นเช่นนั้น ข้าก็เห็นด้วย” โม่จิ่วเยี่ยรับค าหาได้ยากที่มารดาจะเป็นคนตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองสักครั้ง เขาในฐานะลูกชายย่อมต้องสนับสนุนนางเฮ่อจือหร่านเองก็ไม่มีข้อคัดค้านใด ๆ ในใจเริ่มวางแผนว่าควรจะเตรียมสินสอดอะไรให้น้องสาวสามีบ้างถึงจะเหมาะสม
แม้ว่าตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่าจะยังคงมีอ านาจในการตัดสินใจอยู่ ทว่าตั้งแต่เริ่มต้นเดินทางเนรเทศ นางก็ได้มอบอ านาจในการจัดการเรื่องในบ้านให้กับเฮ่อจือหร่านแล้วช่วงเวลานี้ ไม่ว่านางจะตัดสินใจอะไร แม่สามีก็ไม่เคยคัดค้านเห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายไว้วางใจในตัวนางอีกทั้งแหล่งรายได้ของครอบครัวล้วนอยู่ในมือของเฮ่อจือหร่านแม้ว่าปกติจะแบ่งให้พี่ชายและพี่สะใภ้บ้าง แต่ก็เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้นอีกทั้งสกุลโม่ก็ยังไม่ได้แยกบ้าน ทุกคนจึงอาศัยอยู่ด้วยกันสินสอดของโม่หานเยี่ยที่จะแต่งงานย่อมต้องให้นางที่เป็นพี่สะใภ้จัดการทรัพย์สินในพื้นที่มิติของเฮ่อจือหร่านนั้นมั่งคั่งราวกับเป็นเงินทองแคว้นหนึ่ง นางจึงไม่คิดที่จะตระหนี่เรื่องสินสอดของโม่หานเยี่ยเลยเพียงแต่เรื่องสินสอดนี้ก็มีข้อควรที่คิดให้ดีอยู่หลายประการอย่างแรก ต้องดูจากของหมั้นที่ฝ่ายชายให้มา สามารถให้สินสอดตามความเหมาะสมโดยดูจากจ านวนของหมั้นเป็นหลักแต่แม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะดูเป็น