นรเทศมา นางก็เก็บง าด้านที่เข้มงวดของตัวเองเอาไว้กระทั่งวันนี้บรรยากาศที่เคยมีในจวนก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่าฮูหยินผู้เฒ่าให้ความส าคัญกับการแต่งงานของบุตรสาวมากเพียงใดพี่สะใภ้ใหญ่ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนกล่าวว่า “หานเยี่ยกับใต้เท้าเมิ่งต่างก็มีใจให้กัน พวกเขาเป็นคู่ที่เหมาะสม การแต่งงานดี ๆ เช่นนี้หาได้ยาก สายตาของท่านแม่มองคนแม่นย าเสมอ ข้าเชื่อว่าชีวิตในวันหน้าของทั้งคู่จะต้องราบรื่นและมีความสุขแน่นอนเจ้าค่ะ”
พี่สะใภ้เจ็ดก็ลุกขึ้นเห็นด้วย “ใช่แล้วท่านแม่ หานเยี่ยมีบุญวาสนา พวกข้าพี่สะใภ้คงจะต้องเริ่มเตรียมของขวัญกับสินเดิมให้นางแล้ว”ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นลูกสะใภ้ทั้งสองพูดเช่นนั้นก็ยิ้มขึ้นมาทันที่“ดี ๆ สกุลโม่ของพวกเรามีเรื่องน่ายินดีให้ครึกครื้นกันบ้างแล้ว”นางหยุดไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “วันนี้ข้าเรียกพวกเจ้ามา ก็เพื่อจะปรึกษาเรื่องวันแต่งงานของหานเยี่ย”พอพูดประโยคนี้ ทุกคนรวมถึงพี่น้องสกุลโม่ต่างก็สงสัยพี่ห้าลุกขึ้นถาม “ท่านแม่ ไม่ใช่ว่าวันแต่งงาน ฝ่ายชายจะเป็นคนเลือกหรอกหรือ? อีกอย่างหานเยี่ยก็ยังเป็นสาวอยู่เลย ท าไมต้องรีบร้อนขนาดนั้นด้วยขอรับ?”ทุกคนต่างคิดไม่ออก หลังจากพี่ห้าถามแล้ว สายตาทั้งคู่ก็จ้องมองไปทางฮูหยินผู้เฒ่าในราชวงศ์ต้าซุ่น หลังจากตกลงเรื่องการแต่งงานของชายหญิงแล้ว ฝ่ายชายจะน าดวงชะตาของทั้งสองฝ่ายไปให้คนดูดวงชะตาแปดอักษร จากนั้นจึงเลือกวันแต่งงานตามดวงชะตาของทั้งสอ