ม่สามีโกรธขึ้นมาเมื่อได้ยินคำพูดไม่คิดของนาง
“หากเจ้ำไม่เข้าใจ ก็กลับไปถำมพี่น้องสะใภ้คนอื่นดูสิ” นางกล่าวด้วยสีหน้ำบึ้งตึงพี่สะใภ้คนโตรีบดึงแขนเสื้อสะใภ้รอง “น้องสะใภ้รอง เดี๋ยวข้าจะอธิบำยให้ฟังเอง”พี่สะใภ้รองพยักหน้ำอย่ำงงุนงง “ได้”ด้วยเหตุนี้ บรรดำสตรีในบ้ำนจึงต่ำงเข้าใจท่ำทีของแม่สามีแล้วพวกนางเงียบกริบ ไม่พูดถึงเรื่องของถังหมิงรุ่ยอีก……เช้ำวันถัดมา ถังหมิงรุ่ยยังคงมาขนสินค้ำด้วยรถม้ำเหมือนเช่นเคยบังเอิญว่าเมิ่งไห่หนิงก็แวะมาเยี่ยมสกุลโม่ด้วยเพื่อพูดคุยกับโม่จิ่วเยี่ย ชายหนุ่มทั้งสองมาถึงบ้ำนสกุลโม่พร้อมกันในพริบตำถังหมิงรุ่ยเป็นพ่อค้ำ เมื่อพบขุนนางย่อมต้องทำความเคำรพ แต่เมิ่งไห่หนิงไม่รู้คิดของถังหมิงรุ่ย เขำรู้เพียงว่าคนผู้นี้ทำการค้ำร่วมมือกับสกุลโม่และมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ดังนั้น เขำจึงไม่ได้วางท่ำเป็นขุนนางต่อหน้ำถังหมิงรุ่ย แต่กลับทำตัวเป็นกันเองเหมือนที่ปฏิบัติต่อคนสกุลโม่เขำกับถังหมิงรุ่ยเดินเคียงกันเข้าไปในลานบ้ำนตำมคำเชิญของโม่จิ่วเยี่ย แล้วเจอกับโม่หานเยี่ยที่สวมหมวกคลุมพลางถือจอบ พำอวี่
เอ๋อร์กับหลานเอ๋อร์ออกมาจากด้านใน นางคงจะตั้งใจไปดูแลแปลงสมุนไพรของนางด้วยถังหมิงรุ่ยเป็นพ่อค้ำ จึงมีกิริยาท่ำทำงเปิดเผยกว่าเมิ่งไห่หนิงมาก เขำเป็นฝ่ำยเดินเข้าไปทักทำยก่อน “แม่นางโม่ ท่านกำลังจะไปที่ทุ่งนาหรือ?”ก่อนหน้ำนี้โม่หานเยี่ยเห็นเมิ่งไห่หนิงมาในชุดขุนนางสง่ำงำมหัวใจก็เต้