นบ้ำนมีสตรีมากมายอยู่อาศัย ทั้งหมดล้วนเป็นพี่สะใภ้ของโม่หานเยี่ย พวกนางย่อมอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงน้องสาวคนเดียวของบ้ำน“เรื่องนี้พวกเจ้ำอย่ำได้กังวลไปเลย ปล่อยให้เป็นเรื่องของหานเยี่ยเถอะ” ฮูหยินผู้เฒ่ำเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “หานเยี่ยโตแล้ว รู้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ พวกเจ้ำอย่ำได้เข้าไปก้ำวก่ำยจนเกินงำม”
ที่จริงแล้วฮูหยินผู้เฒ่ำเพียงต้องการให้พวกนางรู้ท่ำทีของตนแต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกสะใภ้ทั้งหลายกระตือรือร้นเกินไปจนสร้ำงปัญหาขึ้นมาเฮ่อจือหร่านเข้าใจอะไรว่องไว เมื่อได้ยินคำพูดของแม่สามี นางก็เข้าใจความหมายทันที่“ท่านแม่วางใจได้ ต่อไปพวกเราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก”พี่สะใภ้คนอื่นเห็นน้องสะใภ้เก้ำพูดเช่นนั้นก็พำกันพยักหน้ำเห็นด้วย เพื่อบอกว่าตนเองก็จะทำอย่ำงนั้นเช่นกันมีเพียงพี่สะใภ้รองที่ค่อนข้างใสซื่อ ยังคงรู้สึกว่าหากโม่หานเยี่ยปฏิเสธถังหมิงรุ่ย ก็อาจจะทำให้พลาดโอกำสกับคนที่ดีเช่นนี้อีกถึงอย่ำงไรสกุลโม่ก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว แม้ว่าชีวิตความเป็นอยู่ในบ้ำนจะยังค่อนข้างมั่งคั่ง แต่คนที่ไม่รังเกียจว่าพวกเขำเป็นนักโทษเนรเทศของราชสานักจะมีสักกี่คนกัน?“ท่านแม่ ข้าเห็นว่าคุณชายถังก็ไม่เลว เหตุใดจึงไม่พิจำรณำเขำดูสักหน่อยเล่ำเจ้ำคะ?”ฮูหยินผู้เฒ่ำมักปฏิบัติต่อลูกสะใภ้ทั้งเก้ำคนอย่ำงเท่ำเทียมกันมีเพียงสะใภ้รองเท่านั้นที่ดื้อรั้น เรื่องที่คนอื่นเข้าใจกันแล้ว นางกลับไม่เข้าใจอยู่คนเดียวแ