้มีความรู้แน่นอนว่านางไม่ได้ต้องการบังคับจิตใจบุตรสาว หากโม่หานเยี่ยไม่พึงพอใจในตัวเมิ่งไห่หนิง แต่กลับมีใจให้กับถังหมิงรุ่ย นางก็พร้อมจะสนับสนุนอย่ำงเต็มที่เดิมทีฮูหยินผู้เฒ่ำตั้งใจจะปรึกษำเรื่องนี้กับเฮ่อจือหร่าน แต่ไม่คิดว่าสะใภ้รองจะเอ่ยปำกพูดขึ้นมาก่อนนางหันไปมองโม่หานเยี่ยที่ยืนอยู่ข้างกำย ใบหน้ำของหญิงสาวแดงระเรื่อ นางจึงเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “หานเยี่ย เจ้ำไม่ได้บอกหรอกหรือว่าคืนนี้กระต่ำยที่เลี้ยงไว้อาจจะออกลูก?”โม่หานเยี่ยผ่านเรื่องราวต่ำง ๆ มามากมาย จึงไม่ใช่เด็กสาวอย่ำงที่เคยเป็นแล้ว
นางรู้ดีว่าเรื่องแต่งงำนไม่ใช่สิ่งที่สตรีอย่ำงนางควรเอ่ยปำก แต่การแต่งงำนกับคนที่ไม่ได้รัก นางก็ยอมไม่ได้เช่นกันก่อนจะออกไป นางจึงโน้มตัวลงกระซิบข้างหูมารดำว่า “ท่านแม่ท่านรู้ใช่ไหมเจ้ำคะ ข้าไม่ได้มีใจให้คุณชายถังเลย”คำพูดของนาง ทำให้ฮูหยินผู้เฒ่ำไม่จำเป็นต้องเอ่ยถำมสิ่งใดอีกเพราะลึก ๆ แล้วก็รับรู้ถึงความรู้สึกของบุตรสาวคนนี้ดีหลังโม่หานเยี่ยออกไป ฮูหยินผู้เฒ่ำจึงเอ่ยกับเหล่ำสะใภ้ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “เรื่องของหานเยี่ยข้าเข้าใจดี หากคุณชายถังมาเยี่ยมเยือน พวกเจ้ำก็แค่ต้อนรับเขำไปตำมมารยาท อย่ำได้คิดไปไกลเกินเลย”คำพูดของฮูหยินผู้เฒ่ำเปรียบเสมือนการประกำศจุดยืนอย่ำงชัดเจน ทั้งโม่หานเยี่ยที่ไม่ยินยอมพร้อมใจ และตัวนางเองที่ไม่ต้องการฝืนใจบุตรสาว ต่ำงก็แสดงท่ำทีให้ทุกคนเข้าใจตรงกันใ