งเกตของนาง มีความเป็นไปได้มากว่ามันจะยอมรับนางเป็นเจ้าของเพราะตั้งแต่ข้าวปั้นน้อยเข้ามาใกล้ สิ่งมีชีวิตตัวน้อยนั้นแทบไม่เหลือบมองมันเลยแน่นอนว่า ในยามที่เฮ่อจื่อหร่านก าลังมองอยู่นั้น สิ่งมีชีวิตตัวน้อยก็กระพือปีกใส่นางอีกครั้งเมื่อเทียบกับท่าทีที่มันมีต่อข้าวปั้นน้อยเมื่อครู่ ตอนนี้มันดูอ่อนโยนลงกว่าหลายเท่าเฮ่อจือหร่านลองยื่นมือเข้าไปใกล้กรง สิ่งมีชีวิตตัวน้อยมีท่าทางเชื่องและว่าง่ายขึ้นเรื่อย ๆ
ร่างสีขาวบริสุทธิ์ของมันเบียดชิดขอบกรงราวกับก าลังเชื้อเชิญให้เฮ่อจือหร่านลูบมันเฮ่อจือหร่านท าตามความต้องการของสิ่งมีชีวิตตัวน้อย นางเปิดกรงออกสิ่งมีชีวิตตัวน้อยรีบกระพือปีกออกมาทันที่ มันบินวนรอบเฮ่อจือหร่านพลางส่งเสียงร้องอย่างร่าเริงเฮ่อจือหร่านมั่นใจแล้วว่าสิ่งมีชีวิตตัวน้อยนี้ไม่ได้คิดร้ายต่อนางจึงลองยื่นมือออกไปลูบมันเมื่อเห็นดังนั้น สิ่งมีชีวิตตัวน้อยกลับขยับเข้ามาหานางเอง เฮ่อจือหร่านลูบหัวมันก่อนแล้วค่อย ๆ ลูบไล้ไปทั่วร่างสิ่งมีชีวิตตัวน้อยเหมือนจะชอบมาก มันขยับเข้าไปใกล้ร่างกายของนางอีกเฮ่อจือหร่านค่อย ๆ กางปีกของสิ่งมีชีวิตตัวน้อยออกอย่างแผ่วเบา ขนสีทองที่ซ่อนอยู่ภายในปรากฏขึ้นตรงหน้า นางจ้องมองมันอย่างพิจารณาสิ่งมีชีวิตตัวน้อยเชื่อฟัง ยอมให้นางส ารวจขนสีทองเส้นนั้นได้อย่างง่ายดายเฮ่อจือหร่านนึกถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่เคยอ่านผ่าน ๆ ในชาติก่อนมันกล่าวถึงต านานของ “เหยี่ยวปีกทอง”