ีกแล้ว
ที่ว่าการอ าเภอของเขาถึงกับเงียบสงบลงไปพักหนึ่ง
นับตั้งแต่ช่วงปีใหม่ เขาก็ได้รับจดหมายจากทางบ้าน พวกเขาเห็นด้วยอย่างยิ่งกับเรื่องที่เขาอยากแต่งงานกับหญิงสาวบ้านสกุลโม่ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องอู่เดินเรือก าลังยุ่งอยู่ เขาก็อยากจะไปแวะเวียนบ้านสกุลโม่ เพื่อท าความคุ้นเคยกับโม่หานเยี่ยแล้ว
เมิ่งไห่หนิงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มาถึงห้องโถง ไม่คิดว่าผู้ที่มาร้องทุกข์กลับเป็นสามีภรรยาโม่จิ่วเยี่ย ส่วนคนที่มาด้วยกันนั้น เขาไม่รู้จัก
เมื่อเห็นพี่เขยในอนาคต เมิ่งไห่หนิงก็แทบนั่งไม่ติด
เขาไม่สนใจกฎระเบียบมากมาย รีบเดินออกมาจากหลังโต๊ะ
“พี่เก้า พี่สะใภ้ เกิดอะไรขึ้นหรือ?”
หูชงมองเหตุการณ์นี้แล้วบ่นไม่หยุดในใจ
เขาเป็นขุนนางในเมืองหลวงมาหลายปี เคยสังเกตการณ์และมีส่วนร่วมในศาลมาก่อน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นขุนนางคนหนึ่งเดินออกมาสอบถามเองถึงที่ แม้จะเป็นคนคุ้นเคยกัน ทว่าก็ไม่ควรตื่นเต้นขนาดนี้…
สองสามีภรรยาคุ้นเคยกับเมิ่งไห่หนิงดี จึงไม่ได้คิดอะไรมาก
โม่จิ่วเยี่ยชี้ไปทางหูชง และพูดว่า “นี่คือหูชง อดีตรองเสนาบดีกรมโยธาธิการ เขาถูกเนรเทศมาที่นี่เหมือนกับคนสกุลโม่ ตอนนี้เขามีเรื่องต้องการจะร้องทุกข์”
เมิ่งไห่หนิงจึงหันมาพินิจพิเคราะห์หูชงอย่างละเอียด
ด้วยสภาพอันน่าสังเวชของหูชงในยามนี้ไม่อาจบรรยายออกมาเป็นค าพูดได้ แม้จะบอกว่าคนที่ยืนอยู่ตรงนี้เป็นขอทานก็คงไม่เกินไป
เมิ่งไห่หนิงไม่ใช่คนที่มองคนเพียงร