หตุการณ์ภายในวงนั้นได้กลางวงล้อมนั้นมีเพียงชายคนหนึ่งในชุดที่ขาดวิ่น ก าลังถูกคนที่เหมือนนักเลงสองคนจับเส้นผมลากออกไปนอกฝูงชน
พวกนักเลงยังด่าทอไม่หยุดปากว่า“เจ้าทาสขายตัวเอง ยังกล้าคิดจะหนีด้วยหรือ ดูท่าเจ้าคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วสินะ”ขณะที่นักเลงพูด แส้หนังในมือก็ฟาดลงบนตัวชายคนนั้นอย่างรุนแรง
บทที่ 297 อย่ามายุ่งวุ่นวาย
ชายคนนั้นพยายามต่อต้านสุดก าลัง และโต้แย้งอย่างอ้อแอ้
“พวกเจ้าพูดเหลวไหล พวกเจ้าฉวยโอกาสตอนข้าเมา บังคับให้ข้าประทับลายนิ้วมือบนสัญญาขายตัว ข้าจะไปร้องเรียน ขอให้ท่านนายอ าเภอช่วยให้ยุติธรรมกับข้า”
หากชายคนนั้นผมเผ้ารุงรัง เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยคงจ าไม่ได้ว่าเป็นใคร แต่พอได้ยินเสียงพูดกลับคุ้นหูมาก
ทั้งสองสบตากัน
“เป็นหูชง?” เฮ่อจือหร่านต้องการยืนยันข้อสงสัยของตัวเอง
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้า “เป็นเขา”
ตามหลักแล้ว โม่จิ่วเยี่ยไม่ใช่คนชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน แต่เขาชื่นชมหูชงมาก โดยเฉพาะเขากับสกุลโม่ล้วนถือว่าเป็นสหายร่วมชะตากรรมเดียวกัน
เมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้บนท้องถนน ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็ต้องเข้าไปจัดการ
โม่จิ่วเยี่ยพาภรรยาไปยังจุดที่ห่างจากฝูงชนเล็กน้อย จากนั้นก็เดินเข้าไปขวางหน้านักเลงทั้งสองคน
“หยุดเดี๋ยวนี้”
เสียงตวาดของเขาท าให้นักเลงสองคนที่ก าลังข่มขู่หูชงอยู่ชะงักกึก
แต่พวกเขาก็รีบตั้งสติรวดเร็ว จ้องมองคนที่มาขวางทางอย่างละเอียด เห็นว่าเป็นเพียงชาวบ้านหน้าตา