ดีคนหนึ่งเท่านั้น ทั้งสองจึงไม่ได้สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย
นักเลงผิวคล ้าคนหนึ่งเหวี่ยงแส้ใส่โม่จิ่วเยี่ยด้วยความหงุดหงิด
“เจ้าไสหัวไปซะ อย่ามายุ่งเรื่องของคนอื่น”
เขาคิดว่าแค่เหวี่ยงแส้ทีเดียวก็จะท าให้คนที่ขวางทางตกใจจนวิ่งหนีไป แต่ใครจะรู้ว่าพอเหวี่ยงแส้ออกไป กลับถูกอีกฝ่ายคว้าจับแส้ไว้ได้อย่างแม่นย า
ยังไม่พอ แค่โม่จิ่วเยี่ยออกแรงเพียงเล็กน้อย นักเลงคนนั้นก็ลอยกระเด็นไปอยู่ริมทางพร้อมกับแส้
การกระท านี้ท าให้กลุ่มคนที่มุงดูอยู่อุทานด้วยความตกใจ
ชาวบ้านธรรมดาเคยเห็นแต่คนที่ท าร้ายคนอื่น อย่างมากก็แค่เหมือนอย่างที่นักเลงสองคนนั้นท ากับหูชง ไหนเลยจะเคยเห็นคนที่สามารถจับแส้แล้วเหวี่ยงจนคนลอยออกไปได้เช่นนี้
ชั่วขณะที่ทุกคนก าลังตะลึงงัน ผู้คนก็เริ่มส่งเสียงอื้ออึงขึ้นมาทันที่
กระทั่งยังมีคนที่พูดขึ้นมาเบา ๆ ว่า “ลงมือได้ดี” ชัดเจนว่านักเลงสองคนนี้ไม่เป็นที่ไม่ชอบใจของคนอื่นขนาดไหน
โม่จิ่วเยี่ยไม่สนใจค าวิพากษ์วิจารณ์ของกลุ่มคนที่มุงดู สาวเท้าไปหาหูชง
นักเลงที่เหลืออีกคนยังคงจับผมของหูชงอยู่ เมื่อเห็นโม่จิ่วเยี่ยเดินมา เขาตกใจจนไม่ทันได้ปล่อยมือแล้ววิ่งหนีไป ก็ถูกโม่จิ่วเยี่ยจับหิ้วเหมือนลูกไก่
ร่างกายของหูชงผ่อนคลายลงทันที่ เขาทรุดตัวลงนั่งบนพื้น แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะมองใบหน้าของผู้ที่ช่วยชีวิต
“คุณชายเก้า?”
“ใช่ ข้าเอง ท าไมพี่หูถึงถูกคนพวกนี้รังแกขนาดนี้เล่า?” โม่จิ่วเยี่ยถาม
หลังถูกถาม