โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าพี่หกเป็นคนอารมณ์ร้อน จึงเตือนว่า “ชาวบ้านพวกนี้ไม่คู่ควรให้ไปใส่ใจหรอก พี่หกอย่าโมโหไปเลย”“หึ! เสือล าบากก็ถูกสุนัขรังแกจริง ๆ” พี่หกยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ นึกถึงสมัยก่อนที่สกุลโม่แห่งเมืองหลวงยิ่งใหญ่เพียงใดจักรพรรดิสุนัขตาบอด พวกเขาบุรุษสกุลโม่ยอมสละเลือดเนื้อในสนามรบเพื่อปกป้องแผ่นดินต้าซุ่น แต่อีกฝ่ายกลับท ากับพวกเขาอย่างนี้โม่จิ่วเยี่ยเข้าใจความรู้สึกของพี่หก นึกถึงตอนที่เพิ่งถูกตัดสินให้เนรเทศ เขาก็เคยมีความคิดขุ่นเคืองแบบนี้เหมือนกันเรื่องแบบนี้ปลอบประโลมมากไปก็ไร้ประโยชน์ ได้แต่ต้องค่อย ๆปล่อยวางด้วยตัวเอง“พี่หก ใกล้จะถึงบ้านแล้ว อย่าให้ท่านแม่เห็นว่าท่านอารมณ์ไม่ดีเลย”พี่หกพยักหน้า “ข้ารู้”ไม่นาน รถม้าสองคันก็มาถึงหน้าบ้านของพวกเขาเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าม้า คนที่วิ่งออกมาดูเป็นคนแรกก็คือพี่สะใภ้รองนางเห็นโม่จิ่วเยี่ยที่นั่งอยู่บนรถม้าทันที่
พี่สะใภ้รองตะโกนด้วยความตื่นเต้น “น้องเก้ากลับมาแล้ว!…น้องเก้ากลับมาแล้ว!…”เสียงของนางดังกว่าพี่สะใภ้คนอื่น ๆ อยู่แล้ว เสียงตะโกนครั้งนี้จึงท าให้ทุกคนในบ้านได้ยินอย่างชัดเจนทันใดนั้นก็มีทั้งคนที่วิ่งมาจากลานหลังบ้าน คนที่ออกมาจากห้องครัว โม่ชูหานเองก็ไม่จ าเป็นต้องแกล้งว่าโม่จิ่วเยี่ยอยู่ในห้องอีกต่อไป เขาพุ่งออกมาอย่างรวดเร็วโม่จิ่วเยี่ยขับรถม้าเข้ามาในลานบ้าน สายตาของทุกคนจับจ้องอยู่ที่เขา จนละเลยโม่จิ่นเหนียน