ดนี้ได้ทั้งหมดเขาเผลอนิดเดียว ลูกธนูสองดอกก็ปักเข้าที่ไหล่และหลังของเขา
โม่จิ่วเยี่ยรู้ดีว่าครั้งนี้เขาไม่อาจหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บได้ แต่ต าแหน่งที่ถูกยิงใส่ก็ไม่ใช่จุดส าคัญทว่าความเจ็บปวดที่คิดว่าจะมากลับไม่เกิดขึ้น โม่จิ่วเยี่ยหันไปมองไหล่ของตัวเอง เสื้อคลุมตรงนั้นฉีกขาดแล้ว แต่กลับไม่มีลูกธนูปักอยู่เหมือนที่เคยเป็นมาเขาขยับแขนดู การเคลื่อนไหวยังคงเป็นปกติ ไม่มีร่องรอยของการบาดเจ็บแม้แต่น้อยเขายื่นมือไปลูบหลังด้วยความสงสัย รู้สึกว่าเสื้อตรงฉีกขาดเช่นเดียวกัน แต่ไม่มีลูกธนูปักอยู่และไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลยโม่จิ่วเยี่ยพลันตระหนักขึ้นมาทันทีว่า นี่ต้องเป็นผลจากเสื้อที่ภรรยาให้เขามาแน่นอนไม่แปลกใจเลยที่ก่อนออกเดินทาง ภรรยาให้เขาสวมเสื้อตัวนี้ไว้ที่แท้มันก็ช่วยรักษาชีวิตคนได้จริง ๆท่ามกลางเสียงร้องครวญคราง โม่จิ่วเยี่ยหลบหนีออกจากด่านชายแดนไปได้อย่างง่ายดายเฮ่อจือหร่านเห็นแสงไฟลุกโชนมาจากทิศทางของด่านชายแดนจึงรู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยแขวนศีรษะของจักรพรรดิหนานเจียงส าเร็จแล้วตอนนี้นางยังไม่เห็นเขากลับมา หัวใจก็แทบจะหลุดออกมาจากอกแล้ว
เฮ่อจือหร่านมั่นใจว่า ในชีวิตที่สองของนาง นี่เป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกกังวลเช่นนี้นางมองหน้าท้องราบเรียบของตัวเองโดยไม่รู้ตัว พร้อมกับพึมพ าเบา ๆ ว่า “ลูกรัก ช่วยแม่อธิษฐานให้พ่อของเจ้ากลับมาอย่างปลอดภัยด้วยนะ”โชคดีที่พอนางพูดจบ เงาร่างสูงโปร่งก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้