กแกว่งไปมาอย่างไม่คงที่มากขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งตัวนางเองซึ่งเป็นผู้ควบคุมก็รู้สึกง่วงงุนเล็กน้อยโม่จิ่วเยี่ยสังเกตเห็นความผิดปกติของนาง คิดว่าเพราะความเหนื่อยล้าทางจิตใจที่เกิดจากการสะกดจิต จึงรีบฉวยนาฬิกาพกไปจากมือของนาง“หร่านหร่าน เจ้ารู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”“หลายวันมานี้ข้าอาจจะพักผ่อนไม่พอ จึงรู้สึกเวียนหัวนิดหน่อยเท่านั้น ไม่เป็นไรหรอก!”ในขณะที่ทั้งสองคนก าลังพูดคุยกัน จักรพรรดิหนานเจียงก็ค่อยๆ ฟื้นคืนสติใบหน้าที่ไร้อารมณ์ของเขาแสดงความหวาดกลัวออกมาทันที่เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อครู่นี้ จ าได้แค่ว่ามีสิ่งแปลก ๆ มาปรากฏตรงหน้า จากนั้นเขาก็เริ่มรู้สึกง่วงงุน
“โม่…โม่จิ่วเยี่ย ถ้าเจ้ายอมปล่อยข้าไป ข้าจะแต่งตั้งเจ้าเป็นอ๋องต่างสกุลแห่งหนานเจียง และสืบทอดต าแหน่งนี้ไปชั่วลูกชั่วหลาน ให้สกุลโม่มั่งคั่งและมีเกียรติยศไม่รู้จบตลอดไป”ขณะพูด จักรพรรดิหนานเจียงจ้องมองปฏิกิริยาของโม่จิ่วเยี่ยเขม็ง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีท่าทีตอบสนองต่อข้อเสนอที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ เขาก็รู้สึกร้อนใจขึ้นมาทันที่“อีกอย่าง ข้าจะยกธิดาให้แต่งงานกับเจ้า คราวนี้เจ้าก็ไม่ต้องกังวลว่าข้าจะไม่รักษาค าพูดแล้ว”เขาคิดว่าการพูดเช่นนี้จะเป็นการล่อลวงโม่จิ่วเยี่ยได้ แต่ใครจะรู้ว่าตนเองกลับได้รับการโจมตีอย่างรุนแรงแทน…การกระท านี้ท าให้จักรพรรดิหนานเจียงตั้งตัวไม่ทัน เขาใช้ข้อศอกป้องกันใบหนาที่เต็มไปด้วยริ้วรอยของตนเ