การเคลื่อนไหวของเขาดูแข็งกระด้าง เพียงแค่ยกมือขึ้นสูงแล้วเร่งม้าเมื่อนายพลเร่งความเร็ว คนที่อยู่ด้านหลังก็เร่งฝีเท้าตามไปด้วยแม้จะไม่ได้ใช้วิชาตัวเบา แต่ความเร็วของพวกเขาก็สามารถเรียกได้ว่าควบม้าห้อตะบึงแม้จะควบม้าห้อตะบึง แต่การเคลื่อนไหวของมือพวกเขาก็ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ แม้แต่ความสั่นไหวเพียงเล็กน้อยก็ยังไม่มีเมื่อคนพวกนั้นเร่งความเร็ว โม่จิ่วเยี่ยก็ต้องเร่งความเร็วตามไปด้วย เขาโอบเฮ่อจือหร่านไว้แล้วใช้วิชาตัวเบาไล่ตามไปอย่างรวดเร็วเฮ่อจือหร่านขมวดคิ้ว ดูเหมือนนางจะพบเบาะแสบางอย่าง“คนที่ควบคุมทหารทั้งสามสิบคนน่าจะเป็นคนที่อยู่บนหลังม้า”ขณะพูด นางก็หยิบปืนสไนเปอร์ออกมาจากพื้นที่มิติ บรรจุกระสุนแล้วเล็งไปที่คนบนหลังม้าโม่จิ่วเยี่ยเดาใจนางออก จึงห้ามไว้ “หร่านหร่าน เปลี่ยนเป็นปืนยาสลบเถอะ ข้าอยากรู้ตัวตนของนายพลคนนั้น”เฮ่อจือหร่านคิดว่าโม่จิ่วเยี่ยต้องการหาเบาะแสที่มีประโยชน์จากพวกนี้ จึงรีบเก็บปืนสไนเปอร์แล้วเปลี่ยนมาถือปืนยาสลบแทน
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าภรรยาต้องการเล็งเป้า จึงตั้งใจเร่งความเร็วขึ้น แล้วหยุดลงเมื่อห่างจากคนบนหลังม้าไปไม่ถึงห้าสิบเมตรพอเฮ่อจือหร่านทรงตัวได้ก็ยิงปืนออกไปทันที่ กระสุนปืนเข้าเป้าตรงไหล่ของนายพลคนผู้นั้นดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะร่วงลงจากหลังม้าเพื่อป้องกันไม่ให้คนด้านหลังเกิดความเคลื่อนไหว โม่จิ่วเยี่ยจึงอุ้มเฮ่อจือหร่านกระโดดขึ้นไปบนยอดไม้อีกครั้