่างกายของพวกเขายังอ่อนแอเกินไป แต่คาดว่าอีกไม่นานพวกเขาก็จะต้องรีบกลับซีเป่ยเมื่อมีสมาชิกเพิ่มมา รถคันใหญ่ของพวกเขาก็ใช้งานไม่ได้แล้วถึงตอนนั้นการนั่งรถม้ากลับไปตลอดทางย่อมหลีกเลี่ยงการโคลงเคลงไม่ได้ หากไม่รีบบ ารุงร่างกายของพวกเขาให้ดีขึ้น เฮ่อจือหร่านก็กังวลว่าอีกฝ่ายจะทนการเดินทางที่ยากล าบากเช่นนี้ไม่ไหว
หลังท าอาหารเช้าเสร็จ เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยก็อยู่ในห้องเพื่อพูดคุยกับพี่ชาย หัวข้อสนทนาส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่สกุลโม่พบพี่น้องชายไปแล้วกี่คน และชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาในซีเป่ยขณะเดียวกันภายในวังหลวงแห่งหนานเจียงรัชทายาทยืนอยู่กลางท้องพระโรง สีหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและโกรธแค้น“เสด็จพ่อ ไม่รู้ว่าใครที่มีความสามารถมากถึงเพียงนี้ ถึงกับขโมยสิ่งของในจวนลูกไปจนหมด”เรื่องเมื่อคืนที่ผ่านมา รัชทายาทได้ส่งคนมาขอความช่วยเหลือจากวังหลวงและรายงานต่อจักรพรรดิหนานเจียงแล้ว อย่างไรก็ตามเหล่าขุนนางที่อยู่ในที่นั้นไม่ได้รู้เรื่องนี้เพียงได้ยินรัชทายาทกล่าวเช่นนี้ ทุกคนต่างก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องเหลือเชื่อโดยเฉพาะรัชทายาทผู้นี้ที่ภายนอกดูดีแต่มักท าเรื่องไร้สาระอยู่เสมอ ค าพูดของเขาจึงแทบไม่มีใครอยากจะเชื่อทว่าเมื่อมองไปยังองค์จักรพรรดิที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ เหมือนพระองค์จะก าลังขมวดคิ้วแน่น ดูท่าว่าคงไม่ใช่เรื่องโกหกแล้ว
ขณะทีฬ แเหล่าขุนนางทั้งหลายกำลังสงสัย เก็มีคนมารายงานว่ามี ข่าวส