ยอาศัยจังหวะแล้วอุ้มเฮ่อจือหร่านกระโดดข้ามก าแพงเข้าไปในลานในตอนนั้นมีทหารยามกลุ่มหนึ่งเดินลาดตระเวนมาพอดี เขารีบดึงเฮ่อจือหร่านไปซ่อนตัวตรงมุมมืด รอจนคนทั้งหมดเดินห่างออกไปทั้งคู่จึงค่อย ๆ เดินออกมาด้วยความระมัดระวังเพื่อให้สามารถเดินไปมาได้อย่างอิสระในจวนรัชทายาทที่มีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดเช่นนี้ โม่จิ่วเยี่ยจึงคิดแผนการขึ้นมา
ไม่ไกลนั้นทหารยามที่รักษาการณ์สองคนก าลังเดินมา เขาสบตากับเฮ่อจือหร่าน แล้วพวกเขาก็พร้อมใจกันเดินอ้อมไปด้านหลังต่างคนต่างใช้มือฟาดคอจนทหารยามสลบ แล้วรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าของพวกเขา พร้อมหยิบอุปกรณ์ตีระฆังยามในมืออีกฝ่ายมาด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้ทหารยามฟื้นขึ้นมา เฮ่อจือหร่านจึงแทงเข็มให้พวกเขาคนละเข็ม เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดไม่ใช่ว่าพวกเขาใจอ่อน โดยเฉพาะเฮ่อจือหร่านที่ชาติก่อนเป็นถึงแพทย์ทหาร นางไม่เคยล้อเล่นกับชีวิตคน แน่นอนว่ายกเว้นกับคนที่ท าความผิดร้ายแรงทหารยามสองคนนี้ดูท่าว่าเป็นเพียงคนรับใช้ที่รัชทายาทซื้อตัวมา คนพวกนี้ก็แค่ท างานแลกอาหาร ไม่จ าเป็นต้องฆ่าให้สิ้นซากหลังจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เฮ่อจือหร่านก็ถือโคมไฟ ส่วนโม่จิ่วเยี่ยถือไม้ไผ่ส าหรับตีระฆังยามเดินไปทั่วจวนรัชทายาทโม่จิ่วเยี่ยคุ้นเคยกับภูมิประเทศของเมืองหลวงหนานเจียง แต่ไม่ค่อยรู้โครงสร้างภายในของจวนรัชทายาทนักพวกเขาสามารถค้นหาได้จากประสบการณ์เท่านั้น องค์หญิงสี่แห่งต้าซุ่นแ