ลดเสียงต ่าพูดว่า “พี่สาวท่านนี้ ระวังหน่อยขอรับ”สาวใช้จับแขนของเฮ่อจือหร่านไว้แน่น พยายามลุกขึ้นยืน แต่เหมือนข้อเท้าของนางจะพลิก เพียงก้าวออกไปแค่ก้าวเดียวก็เกือบจะล้มอีกครั้งตอนนี้สาวใช้ยิ่งร้อนใจมากขึ้น“น้องชาย รบกวนเจ้าไปรายงานองค์รัชทายาทให้ข้าที่ บอกว่าพระชายาเป็นลมไปแล้ว ขอให้องค์รัชทายาทช่วยเชิญหมอผีมาดูอาการเร็วเข้า”เฮ่อจือหร่านรู้เรื่องที่ชาวหนานเจียงชอบถามหาหมอผี แต่นางแค่ไม่เข้าใจว่าท าไมพระชายาของรัชทายาทถึงต้องให้รัชทายาทเป็นคนเชิญหมอผีมาด้วยซ ้านางยังได้ยินสาวใช้คนนี้พูดส าเนียงของชาวต้าซุ่น อีกฝ่ายน่าจะเป็นสาวใช้ที่ติดตามองค์หญิงสี่มา
โม่จิ่วเยี่ยก็สังเกตเห็นจุดนี้เช่นกัน เพื่อไม่ให้สาวใช้สังเกตเห็นส าเนียงที่ผิดปกติของเฮ่อจือหร่าน เขาจึงรีบก้าวออกมาพูดว่า “พวกเราไม่ใช่คนที่จะสามารถเข้าไปในเรือนของรัชทายาทได้หรอกขอรับ”“แล้วจะท าอย่างไรดีเล่า? ตอนนี้พระชายาประชวรหนักมาก ถ้าไม่รีบเชิญหมอผีมาดูอาการ ชีวิตพระชายาอาจจะตกอยู่ในอันตรายก็ได้” สาวใช้พูดจนเกือบจะร้องไห้ ตอนนี้นางดูจะไร้ที่พึ่งแล้วเฮ่อจือหร่านเห็นสถานการณ์เช่นนั้นจึงรีบส่งสายตาให้โม่จิ่วเยี่ยโม่จิ่วเยี่ยเข้าใจทันที่ เขาพูดว่า “น้องชายท่านนี้มีคนในความครัวเป็นหมอ เขาเองก็รู้วิชาแพทย์อยู่บ้าง ไม่สู้ท่านให้เขาไปช่วยดูอาการพระชายาก่อน แล้วค่อยหาคนไปขอความช่วยเหลือจากองค์รัชทายาทดีหรือไม่?”สาวใช้รู้ดีว่าหากตนเองวิ่