พราะเขำยังมีลมหายใจอยู่ ก็คงเป็นเหมือนศพที่แห้งตำยเลยทีเดียวแม้จะเป็นเช่นนั้น โม่จิ่วเยี่ยก็ยังสังเกตเค้ำโครงหน้ำของคนผู้นี้ได้เขำลองถำมอย่ำงระแวดระวัง “พี่สี่หรือ?”ขณะถำม เขำก็เห็นว่าพี่สี่ลืมตำไม่ขึ้นเพราะแสงที่จ้ำเกินไป จึงหันไฟฉำยไปทำงอื่นหากโม่ซิวเหยียนคิดว่าการได้ยินเสียงนี้เป็นภำพลวงตำ ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยก็เรียกเขำว่าพี่สี่แล้ว ไม่มีทำงที่เขำจะยังคงคิดว่ามันไม่ใช่ความจริง“น้องเก้ำ เจ้ำคือน้องเก้ำจริง ๆ หรือ?”โม่จิ่วเยี่ยเรียกแบบนั้นก็เพื่อทดสอบเช่นกัน เพราะตอนนี้โม่ซิวเหยียนมีรูปร่ำงหน้ำตำแตกต่ำงไปจากความทรงจำของเขำมากเฮ่อจือหร่านรู้สึกได้ว่า โม่จิ่วเยี่ยกำลังสั่นไปทั้งตัวเขำย่อตัวลงหน้ำเตียง เอื้อมมือสั่นเทำไปสัมผัสโม่ซิวเหยียนร่างกายของโม่ซิวเหยียนอยากจะหลบตำยสัญชำตญำณ แต่น่ำเสียดำยที่เขำไม่มีแรง
“น้องเก้ำ อย่ำ…อย่ำแตะตัวข้า ตัวข้าสกปรก”จริง ๆ แล้ว เสื้อผ้ำบนตัวโม่ซิวเหยียนขำดวิ่นจนแทบไม่เหลือสภำพ ทั้งยังดูสกปรกเป็นมัน บนนั้นยังเปื้อนคราบสกปรกที่ไม่รู้ที่มาอีกมากมายโม่จิ่วเยี่ยกลับไม่รังเกียจเลยแม้แต่น้อย เขำยังคงเอื้อมมือต่อไปเมื่อเขำสัมผัสร่ำงของโม่ซิวเหยียน หัวใจเขำก็เจ็บปวดราวกับกำลังแตกสลาย“พี่สี่ ทำไมท่านถึงผ่ำยผอมขนาดนี้?”เพียงแค่เห็นรูปร่ำงของโม่ซิวเหยียนก็ดูผอมโซเหมือนต้นไม้แห้งเหี่ยวแล้ว พอได้สัมผัสจริง ๆ มันยิ่งทำให้โม่จิ่วเยี่ยยอมรับไม่ได้โม่ซิวเหยียนพยายามฝืนยิ