ียยังดีกว่า!” ชายร่างเตี้ยตอบอย่างเด็ดขาดโม่จิ่วเยี่ยได้ยินดังนั้นจึงหยิบมีดสั้นออกมา แล้วตบหน้าชายร่างเตี้ยสองสามที่“อยากตายนั้นง่ายเกินไป แต่ในเมื่อเจ้าไม่อยากพูดอะไร ข้าก็ไม่มีทางปล่อยให้เจ้าตายอย่างสบาย”พูดจบ มีดสั้นก็เคลื่อนไหวรวดเร็ว ตัดนิ้วมือของชายร่างเตี้ยจนขาดไปหนึ่งนิ้วชายร่างเตี้ยร้องครางด้วยความเจ็บปวด “อ๊าก…เจ้าเป็นใครกันแน่ ข้าไม่เคยมีเรื่องผิดใจกับเจ้า ท าไมเจ้าถึงท ากับข้าเช่นนี้?”
“เจ้าไม่มีสิทธิ์รู้ว่าข้าเป็นใคร ตอบค าถามที่ข้าต้องการมา แล้วข้าจะให้เจ้าตายอย่างสบาย”เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้พูดล้อเล่น โม่จิ่วเยี่ยวางมีดลงบนนิ้วมืออีกข้างของอีกฝ่ายทันทีที่พูดจบท่าทางเช่นนั้นเหมือนก าลังบอกกับชายร่างเตี้ยว่า ถ้าเขากล้าพูดค าว่า “ไม่” ออกมา นิ้วมือนี้ของเขาก็อย่าหวังจะได้เก็บไว้เฮ่อจือหร่านก็เตรียมนาฬิกาพกส าหรับสะกดจิตไว้พร้อมแล้ว ถ้าโม่จิ่วเยี่ยถามแบบนี้แล้วไม่ได้ค าตอบอะไร นางก็จะลองใช้วิธีสะกดจิตนางเองก็เห็นแล้วว่าชายร่างเตี้ยหวาดกลัวการข่มขู่ของโม่จิ่วเยี่ยแต่เขาก็ยังฝืนไม่ยอมพูดในสถานการณ์แบบนี้ ส่วนใหญ่เป็นเพราะถูกคนอื่นควบคุมจุดอ่อนอะไรบางอย่างไว้เมื่อมีเหตุผลที่ไม่อาจพูดได้ โม่จิ่วเยี่ยจึงตัดนิ้วมือของอีกฝ่ายอีกสามนิ้ว แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนเดิมเฮ่อจือหร่านเดินเข้าไปดึงแขนเสื้อของโม่จิ่วเยี่ย“ให้ข้าลองดูเถอะ”พอพูดจบ นางก็ย่อตัวลงนั่งยอง ๆ ตรงหน้าชายร่างเต