ี้ย“ในเมื่อเจ้าไม่อยากพูด พวกเราก็จะไม่บังคับ แต่ข้ามีของอย่างหนึ่ง ไม่รู้ว่าเจ้าจะรู้จักหรือไม่”
ขณะที่พูดเฮ่อจือหร่านก็หยิบนาฬิกาพกขึ้นมาแกว่งไปมาตรงหน้าชายร่างเตี้ยตอนแรกชายร่างเตี้ยยังพยายามมองสิ่งที่แกว่งไปมาตรงหน้าอย่างตั้งใจ แต่ไม่รู้ท าไม เขาจ้องมองสิ่งนั้นได้ไม่นานก็รู้สึกง่วงนอนขึ้นมาแล้วไม่ช้าสายตาของเขาก็เริ่มพร่าเลือนเฮ่อจือหร่านทดสอบว่าการสะกดจิตส าเร็จหรือไม่ จึงถามค าถามง่าย ๆ ออกไป“เจ้าชื่ออะไร?”ชายร่างเตี้ย “ช้าชื่อหวงสวี่”เฮ่อจือหร่าน “เจ้าเป็นคนที่ไหน?”หวงสวี่ “ข้าเป็นคนเมืองหลวงของหนานเจียง”เฮ่อจือหร่าน “เจ้าอาศัยอยู่ที่ใด?”หวงสวี่ “ข้าอาศัยอยู่ที่คฤหาสน์ซือเหมิง”หลังจากถามค าถามเหล่านี้ รวมกับสายตาเหม่อลอยของหวงสวี่เฮ่อจือหร่านก็สามารถกล่าวได้ว่าเขาเข้าสู่สภาวะสะกดจิตแล้วนางหันไปมองโม่จิ่วเยี่ย ส่งสัญญาณให้เขาเข้ามาถาม
โม่จิ่วเยี่ยย่อตัวลงข้างภรรยา แล้วถามด้วยน ้าเสียงทุ้มลึก“ปรมาจารย์ซือเหมิงคือใคร?”หวงสวี่ดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังตอบว่า “ปรมาจารย์ซือเหมิงคืออาจารย์ของข้า”โม่จิ่วเยี่ย “เขาอยู่ที่ไหน?”หวงสวี่ “ข้าไม่รู้ ข้าไม่ได้พบอาจารย์มาสามปีแล้ว”เมื่อได้ยินว่าเขาไม่รู้ โม่จิ่วเยี่ยก็ขมวดคิ้วทันที่เฮ่อจือหร่านแกว่งนาฬิกาพกแล้วถามต่อ “จะหาอาจารย์ของเจ้าเจอได้อย่างไร?”หวงสวี่ “อาจารย์ของข้าปรากฏตัวลึกลับ ถ้าเขามีธุระกับข้า เขาก็จะปรากฏตัวมาเอง”เฮ่อจือหร่าน