เมื่อผู้อาวุโสสั่ง ทุกคนก็ต้องเชื่อฟังทุกคนห้อมล้อมโม่อวิ๋นเฟิงเข้าไปในห้องโถงหลักแล้วนั่งลงที่โต๊ะอาหารพี่น้องมารวมตัวกัน รู้สึกว่ามีเรื่องมากมายที่อยากจะถามแต่เห็นว่าอาหารบนโต๊ะก าลังจะเย็นชืด อีกทั้งเมื่อเห็นสภาพของโม่อวิ๋นเฟิงที่ดูเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง พี่น้องทุกคนรู้ว่าไม่ควรถามสิ่งใดในยามนี้ฮูหยินผู้เฒ่าก็ไม่ต่างกัน บุตรชายนางกลับบ้านมาด้วยความยากล าบาก แม้จะมีเรื่องใหญ่แค่ไหนก็ไม่ควรรบกวนเวลาที่ครอบครัวจะได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันฮูหยินผู้เฒ่ากวาดตามองรอบโต๊ะแล้วเอ่ยปากขึ้น“ทุกคนกินข้าวกันก่อนเถอะ มีอะไรอยากถามก็ถามตอนรอฉลองปีใหม่ มีเวลายาวนานพอให้พวกเจ้าถามไถ่ได้ตามสบาย จะได้ฆ่าเวลาไปด้วย”โม่อวิ๋นเฟิงก็คิดว่าเรื่องเหล่านั้นไม่ได้ยุ่งยากอะไร เอาไว้พูดทีหลังก็ไม่เป็นไร“ทุกคนฟังท่านแม่เถอะ กินข้าวกันก่อน”
เวลานี้ ณ บ้านสกุลโม่ นอกจากฮูหยินผู้เฒ่าซึ่งเป็นผู้อาวุโสแล้วในบรรดาพี่น้องชายด้วยกัน โม่อวิ๋นเฟิงเป็นคนที่อายุมากที่สุด เขาจึงมีสิทธิ์ในการพูดมากกว่าคนอื่น ๆ บนโต๊ะอาหารโม่จิ่วเยี่ยเห็นว่าบรรยากาศตึงเครียดในครอบครัวผ่อนคลายลงแล้ว จึงลุกขึ้นไปจุดพลุตรงลานบ้านพร้อมกับเสียงพลุที่ดังสนั่น อาหารค ่าวันปีใหม่มื้อแรกของสกุลโม่ในซีเป่ยก็เริ่มขึ้นอาหารบนโต๊ะล้วนเป็นฝีมือที่พวกสะใภ้ตั้งใจเตรียมมาอย่างดีโดยเฉพาะวัตถุดิบและการปรุง ด้วยฝีมือของเฮ่อจือหร่าน จึงถือว่าอาหารพวกนี้เหน