ทียบเท่าผู้ชาย แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น เมื่อมื้ออาหารวันปีใหม่สิ้นสุดลง อาหารบนโต๊ะก็เหลือน้อยมากแล้วพวกสะใภ้ลุกขึ้นเก็บโต๊ะ ฮูหยินผู้เฒ่าจึงหันไปมองโม่อวิ๋นเฟิงโม่อวิ๋นเฟิงสวมเสื้อผ้าสีเข้มสั้นที่สกปรกจนแทบจ าสีไม่ได้ แม้ผมของเขาจะไม่ยุ่งเหยิงเท่าตอนพบกันครั้งแรกที่ทะเลสาบเกลือ แต่ก็มีฝุ่นเกาะเป็นชั้นหนวดเคราบนใบหน้าขึ้นเขียวอย่างเห็นได้ชัดเจน บ่งบอกว่าเขาไม่ได้ดูแลตัวเองมานานแล้วเมื่อคิดว่าบุตรชายเคยเป็นคนรักความสะอาด แต่ตอนนี้กลับดูสกปรกมอมแมม ฮูหยินผู้เฒ่าก็อดรู้สึกปวดใจไม่ได้“อวิ๋นเฟิง ระหว่างทางเจ้าคงต้องล าบากมากใช่หรือไม่”เมื่อเผชิญหน้ากับมารดา โม่อวิ๋นเฟิงแสดงท่าทีเคารพเป็นอย่างมาก“ท่านแม่คิดมากไปแล้ว ข้าสบายดี”แม่ลูกเพิ่งคุยกันได้ไม่กี่ประโยค สะใภ้สามก็เดินเข้ามา
“ท่านพี่ ดูสิเนื้อตัวท่านสกปรกขนาดไหน ข้าเพิ่งต้มน ้าร้อนเสร็จท่านไปอาบน ้าก่อนเถอะ”ไม่ใช่ว่าสะใภ้สามต้องการจะแย่งตัวเขาไปจากแม่สามี แต่เพราะนางรู้จักนิสัยรักความสะอาดของสามีดีหากไม่ใช่เพราะรีบร้อนทานอาหาร คิดว่าสามีของนางคงจะรีบไปอาบน ้าเป็นอันดับแรกแล้วฮูหยินผู้เฒ่าก็คิดเช่นเดียวกัน นางจึงพูดเสียงเบาว่า “อวิ๋นเฟิงไปอาบน ้าแต่งตัวก่อนเถอะ เดี๋ยวพวกเราค่อยคุยกัน”โม่อวิ๋นเฟิงรู้สึกไม่สบายตัวมานานแล้ว จึงลุกขึ้นเดินตามภรรยาออกไปสะใภ้สามช่วยเตรียมเสื้อผ้าส าหรับเปลี่ยนไว้ให้เขาหลายชุดในเวลาว่าง ทั้งเสื้อตัวใน เสื้อตัวน