ึกอึดอัดจึงไอสองครั้ง ไม่ได้อธิบายอะไรเหมือนครั้งแรกเพราะนางรู้ดีว่าถ้าอธิบายเรื่องนี้ไปก็จะยิ่งท าให้มันแย่ลงเท่านั้นนางกระแอมเบา ๆ สองครั้ง “พี่สะใภ้ช่วยข้าแบ่งกระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานแล้วห่อด้วยกระดาษน ้ามันหน่อยนะเจ้าคะ”พวกพี่สะใภ้รู้ว่าน้องสะใภ้เก้าขี้อายจึงไม่แกล้งนางอีกหลังจากห่อกระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานและทานอาหารเช้าเสร็จโม่จิ่วเยี่ยก็เตรียมขับเกวียนลาพาเฮ่อจือหร่านเข้าเมืองเพื่อน าไปขายที่โรงเตี๊ยมใครจะรู้ว่าพอทั้งสองเกวียนมาถึงหน้าประตูใหญ่ ก็เห็นรถม้าคันหนึ่งแล่นมา
รถม้าตรงมาทางบ้านสกุลโม่ และหยุดห่างจากประตูใหญ่ถังหมิงรุ่ยกระโดดลงมาจากรถม้า“พี่โม่จิ่วกับพี่สะใภ้เก้าก าลังจะออกไปข้างนอกหรือขอรับ?”ตอนนี้เฮ่อจือหร่านนั่งอยู่ในเกวียน เมื่อได้ยินเสียงคุ้นหูก็เดินออกมา“ข้าคิดท าอาหารสักอย่าง แล้วตั้งใจจะลองเอาไปขายในเมือง”ตามความคิดของเฮ่อจือหร่าน แม้ว่าถังหมิงรุ่ยจะตกอับ แต่เขาก็เคยเป็นคนที่ท ากิจการใหญ่โต คงไม่สนใจอาหารเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ดังนั้นนางจึงไม่เคยคิดถึงเรื่องการร่วมมือกับเขาแต่สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ ถังหมิงรุ่ยกลับแสดงท่าทีสนใจมาก“ไม่ทราบว่าพี่สะใภ้เก้าท าอาหารอะไร ขอให้ข้าดูสักหน่อยได้หรือไม่”อย่าว่าแต่ดูเลย เขาจะชิมก็ยังได้เฮ่อจือหร่านหยิบห่อเนื้อกระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานออกมาจากในเกวียนแล้วยื่นให้ถังหมิงรุ่ย“นี่ท าจากเนื้อกระต่ายที่ข้าเลี้ยงเอง คุณชายถังลองช