ิมดูก่อน”
ถังหมิงรุ่ยแกะห่อกระดาษน ้ามันออก หยิบเนื้อกระต่ายชิ้นหนึ่งใส่ปากปฏิกิริยาของเขาเหมือนกับคนสกุลโม่เมื่อคืน ในปากชาไปหมดเพราะความเผ็ด แต่ก็ยังอยากกินต่อไปหลังจากกินไปสามชิ้นติด ๆ กัน ถังหมิงรุ่ยจึงหยุดมือ เขารู้ว่าเรื่องที่บ้านของสกุลโม่มีพี่สะใภ้เก้าเป็นคนตัดสินใจ จึงเพิกเฉยต่อโม่จิ่วเยี่ย“พี่สะใภ้เก้า เนื้อนี้อร่อยมาก ไม่สู้ท่านมาร่วมมือกับข้าล่ะขอรับ?”เฮ่อจือหร่านไม่คิดว่าถังหมิงรุ่ยจะสนใจอาหารประเภทนี้แต่ไม่ว่าอย่างไร การได้ร่วมมือกับพ่อค้าใหญ่ในอนาคตย่อมสะดวกกว่าการที่นางจะต้องไปเร่ขายในเมืองด้วยตัวเอง“เชิญคุณชายถังเข้ามาข้างในเถอะ พวกเราสามารถพูดคุยรายละเอียดกันได้”ถังหมิงรุ่ยจึงตระหนักว่าเมื่อครู่ตนเองเสียมารยาท ยืนชิมอาหารอยู่หน้าประตูบ้านคนอื่นแล้วเขาพูดด้วยใบหน้าแดงเล็กน้อยว่า “ได้”โม่จิ่วเยี่ยจูงเกวียนลากลับเข้าไปในลานบ้าน พาถังหมิงรุ่ยเข้าไปในบ้านของตัวเอง
มีเขาอยู่ด้วย ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องคนนอกหรือไม่ใช่ โดยเฉพาะในช่วงหลายวันนี้ เขาได้พบว่าชาวบ้านในหมู่บ้านซีหลิ่งไม่ค่อยให้ความส าคัญกับเรื่องพวกนี้แล้ว เขาสามารถท าตัวเป็นคนที่เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามได้ต่างตนต่างแยกย้ายกันนั่งลง ถังหมิงรุ่ยก็รีบถามอย่างใจร้อน“พี่สะใภ้เก้า อาหารนี้มีชื่อเรียกหรือยัง?”“เนื้อกระต่ายที่ท าแบบนี้ กินตอนที่เย็นจะอร่อยกว่า ข้าตั้งชื่อว่า‘กระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวาน’” เฮ่อจือหร่าน