หนานรุ่ยลุกขึ้นยืน ประสานมือค านับโม่จิ่วเยี่ย “ข้าจะเดินทางกลับเมืองหลวงทันที”โม่จิ่วเยี่ยเลิกคิ้ว ถามด้วยรอยยิ้มกึ่งเยาะหยัน “ท่านไม่พาพี่แปดของข้ากลับไปด้วย ไม่กลัวว่าคนผู้นั้นจะจับพิรุธได้หรือ”“เรื่องนี้…” หนานรุ่ยลังเลเล็กน้อย แต่ก็พูดความคิดในใจออกมา“หากวันนี้เจ้าน าข่าวมาบอกว่าติดต่อผู้วิเศษท่านนั้นไม่ได้ ข้าก็จะขอร้องให้โม่ชูหานกลับไปเมืองหลวงพร้อมกับข้า แต่ตอนนี้ติดต่อผู้วิเศษได้แล้ว เวลาสามเดือนนี้ ข้าคิดว่าตนเองน่าจะรับมือได้”
ขอเพียงถอนพิษกู่ของเสด็จแม่ของเขาได้ ต่อไปเขาก็จะไม่ถูกใครควบคุม อนาคตแม้จะต้องพาเสด็จแม่ใช้ชีวิตโดยปิดบังตัวตน ก็จะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเกมการเมืองในราชส านักอีกประโยคท้าย ๆ นี้ หนานรุ่ยเพียงคิดในใจ นี่คือเป้าหมายสูงสุดของเขาในยามนี้ แต่การจะบรรลุเป้าหมายนี้ได้ เขายังต้องพยายามอีกมากเมื่อหนานรุ่ยให้ค าอธิบายที่สมเหตุสมผล โม่จิ่วเยี่ยก็เก็บความสงสัยเอาไว้ชั่วคราว“ถ้าอย่างนั้น อีกสามเดือน ข้าจะรอต้อนรับองค์ชายหนานรุ่ยกับเต๋อเฟยเหนียงเหนียงที่นี่”พูดจบ โม่จิ่วเยี่ยก็พาเฮ่อจือหร่านออกไปจากโรงเตี๊ยมแม้จะพูดว่าออกไปจากโรงเตี๊ยมแล้ว แต่ทั้งสองก็ไม่ได้เดินไปไหนไกลพวกเขาต้องเห็นกับตาก่อนว่าหนานรุ่ยกับคนของเขาออกจากเมืองอวิ่นไปหมดแล้ว ถึงจะสามารถวางใจได้หนานรุ่ยไม่ได้ท าให้พวกเขาผิดหวัง หลังจากโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านเพิ่งออกมา เขาก็เรียกผู้ติดตามทั้งหมไปจา