โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้บอกหนานรุ่ยว่า ตอนนี้เขาไม่อาจส่งภรรยาสุดที่รักไปอยู่ในจุดที่เสี่ยงได้แม้ว่าสิ่งที่หนานรุ่ยพูดมาจะสมเหตุสมผล แต่ไม่ว่าอย่างไร อีกฝ่ายก็เคยท าสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสกุลโม่หากเขารู้ว่าหร่านหร่านสามารถแก้พิษกู่ได้ ก็ไม่อาจรับประกันว่าเขาจะไม่คิดอะไรแย่ ๆ“คนที่ช่วยพี่แปดแก้พิษคือผู้วิเศษ ตอนนี้ข้าก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน”พอได้ยินดังนั้นหนานรุ่ยก็รู้สึกกังวล ในที่สุดเขาก็พบคนที่สามารถแก้พิษกู่ด้วยวิธีอื่นได้แล้ว แต่โม่จิ่วเยี่ยกลับไม่รู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ที่ไหน“เจ้าช่วยบอกเบาะแสกับข้าได้บ้างหรือไม่”โม่จิ่วเยี่ยไม่อยากปิดบังเรื่องทั้งหมด หากช่วยแก้พิษให้พระมารดาของหนานรุ่ยแล้วเกิดประโยชน์กับตัวเอง เขาก็อาจจะพิจารณาให้หร่านหร่านช่วยอีกฝ่าย“คนที่ช่วยพี่แปดของข้าแก้พิษมีนิสัยแปลก ๆ ไม่ชอบติดต่อกับคนแปลกหน้า และไม่แสดงตัวตนที่แท้จริงด้วย ถ้าข้าบอกที่อยู่ของเขาไปโดยไม่ระมัดระวัง ก็อาจจะน าความยุ่งยากมาสู่คนสกุลโม่ได้”
หนานรุ่ยให้สัญญาอย่างจริงใจ “ข้าสาบาน ถ้าเจ้าช่วยข้าตามหาปรมาจารย์ที่สามารถแก้พิษกู่ได้ เจ้าจะให้ข้าท าอะไร ข้าก็จะยอมท าทั้งนั้น”โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้รีบร้อนแสดงท่าทีกับเรื่องนี้ เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่ เขาจึงจ าเป็นต้องปรึกษากับหร่านหร่านก่อนถึงจะตอบได้“หากองค์ชายหนานรุ่ยไม่รีบร้อนจะไปในอีกไม่กี่วันนี้ ข้าจะลองติดต่อผู้วิเศษท่านนั้นดู ถ้ามีข่าวอะไรข้าจะแจ้งให้ท่านทราบ