จากนั้นสามชั่วยาม เสด็จแม่ของข้าจะเจ็บปวดราวกับถูกแมลงกัดกินไปทั่วร่าง ถ้าถึงตอนนั้นแล้วอยากให้เสด็จแม่มีชีวิตรอด ก็ให้ไปหาเขาที่ศาลาวั่งผอ ห่างจากเมืองหลวงไปทางใต้ยี่สิบลี้”
“ข้ารีบควบม้ากลับเข้าวังโดยเร็ว และพบว่าเสด็จแม่เป็นอย่างที่ชายปริศนาพูดไว้ ทั่วร่างนางเจ็บปวดราวกับถูกแมลงกัด สภาพแทบจะเรียกได้ว่าอยู่ไม่สู้ตาย”
“เพื่อช่วยเสด็จแม่ ข้าจึงไม่กล้ารอช้า รีบมุ่งหน้าไปยังศาลาวั่งผอและชายคนนั้นก็รออยู่ที่นั่นจริง ๆ”
พูดไปพูดมา ดวงตาของหนานรุ่ยก็เผยความเจ็บปวดออกมา
“ชายคนนั้นหยิบขวดกระเบื้องสีขาวออกมาอีกครั้ง บอกข้าว่ามันคือกู่แม่ที่ควบคุมเสด็จแม่ของข้า ชีวิตของเสด็จแม่จะเป็นหรือตายล้วนอยู่ในมือของข้าทั้งสิ้น ข้าถามเขาว่าต้องการให้ข้าท าอะไร ชายปริศนาบอกว่า ไม่ว่าเขาจะให้ข้าท าอะไรก็ต้องท าตาม มิฉะนั้น เขาจะบังคับกู่แม่นั้นให้ตาย”
“เพื่อชีวิตของเสด็จแม่ข้า ข้าจึงต้องยอมจ านน แล้วค่อยหาวิธีช่วยเสด็จแม่แก้พิษ”
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ ทั้งสามก็เกิดความสงสัยมากมายในใจ
โม่จิ่วเยี่ยถาม “เขาให้ท่านท าอะไรบ้าง”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ สีหน้าของหนานรุ่ยก็ปรากฏแววละอายใจ
“เขาให้ข้าดึงตัวคนในกรมกลาโหม ข้าไม่เก่งเรื่องการรวบรวมพรรคพวก ได้ยินมาว่าอนุของเหอจื่อหยวนให้ก าเนิดบุตรสาว ข้าจึงคิดจะใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้…”
ตอนนี้สามารถยืนยันได้อย่างสมบูรณ์แล้วว่าสิ่งที่เหอจื่อหยวนเคยพูดไว้ เบื้องหลังทั้งหมด