ได้พูดอะไร แต่สังเกตเด็กหญิงตัวน้อยในอ้อมแขนเขาอย่างละเอียดเด็กหญิงมีผื่นแดงขึ้นบนใบหน้าจ านวนมากจริง ๆ แต่ไม่ว่าจะมองอย่างไร ผื่นเหล่านั้นก็ไม่เหมือนกับโรคฝีดาษผื่นของโรคฝีดาษจะลึกกว่า แต่ตุ่มน ้าบนใบหน้าของเด็กหญิงคนนี้ชัดเจนว่าลอยอยู่บนผิวหนังชั้นนอก
เพื่อยืนยันการวินิจฉัยของตัวเองเพิ่มเติม เฮ่อจือหร่านก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าวแล้วนั่งยองลงตรงหน้าเด็กหญิงนางลองยื่นมือออกไปแตะตุ่มน ้าบนใบหน้าของเด็กหญิงถังหมิงรุ่ยกับโม่จิ่วเยี่ยขยับพร้อมกัน“หร่านหร่าน เจ้าห้ามแตะนะ” โม่จิ่วเยี่ยตะโกนเสียงดังแล้วรีบเข้าไปดึงตัวนางไว้ส่วนถังหมิงรุ่ยก็อุ้มน้องสาวถอยหลังไปอย่างไว “พี่สะใภ้โม่อันตรายนะขอรับ”เฮ่อจือหร่านหันไปพูดกับโม่จิ่วเยี่ยก่อน “ข้าสงสัยว่านางไม่ได้เป็นโรคฝีดาษ”โม่จิ่วเยี่ยประหลาดใจ เมื่อครู่เขาก็เห็นว่าผื่นของเด็กหญิงคนนี้เหมือนกับตอนที่ตัวเองเป็นโรคฝีดาษ แล้วมันจะไม่ใช่โรคฝีดาษได้อย่างไร“หร่านหร่าน ถ้านางไม่ได้เป็นโรคฝีดาษ แล้วจะเป็นโรคอะไรเล่า”“ข้าสงสัยว่านางจะเป็นโรคอีสุกอีใส”“อีสุกอีใส” โม่จิ่วเยี่ยกับถังหมิงรุ่ยถามขึ้นพร้อมกัน
เฮ่อจือหร่านอธิบายอย่างใจเย็น “อาการของโรคอีสุกอีใสมีความคล้ายคลึงกับโรคฝีดาษบางประการ แต่ไม่รุนแรงเท่า ข้ารับรองว่าสามารถรักษาให้หายได้”โม่จิ่วเยี่ยเข้าใจภรรยาของตนดี นางไม่เคยพูดในสิ่งที่ไม่มั่นใจเฮ่อจือหร่านรู้สึกว่าแรงที่จับนางไว้เบาลง จึงผลักตัวเองออ