ๆ นั้นทุบอกเขาอย่างแรง“ทั้งหมดเป็นความผิดของท่าน ข้าถึงต้องถูกพวกพี่สะใภ้คอยล้อตั้งแต่เช้า”โม่จิ่วเยี่ยถูกนางทุบแต่ก็ไม่คิดจะหลบ แต่กลับขมวดคิ้วถามจริงจัง“เหตุใดพี่สะใภ้ถึงต้องล้อเจ้าด้วย”เฮ่อจือหร่านเห็นว่าคนหัวแข็งผู้นี้ไม่เข้าใจค าพูดของนางก็ยิ่งรู้สึกท้อแท้เรื่องแบบนี้นางจะกล้าอธิบายได้อย่างไรเล่า
แต่ช่างเถอะ นางคงไม่มีทางสื่อสารกับบุรุษที่โง่งมแบบนี้ได้นางไม่ใช่คนที่ชอบงอนง้อด้วยเรื่องเล็กน้อยอยู่แล้ว และไม่ยึดติดกับเรื่องเพียงเรื่องเดียวด้วยเฮ่อจือหร่านผลักเขาออก แล้วนั่งตัวตรง“วันนี้ท่านไปที่ไหนมา”โม่จิ่วเยี่ยเห็นว่านางไม่ได้โกรธจริง ๆ จึงถอนหายใจอย่างโล่งอกพร้อมกับลุกนั่งด้วยเช่นกันเขาหยิบโฉนดที่ดินออกมาจากอกเสื้อ วางไว้ตรงหน้าเฮ่อจือหร่าน“ข้าไปที่ว่าการอ าเภอมา เพื่อโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและบ้าน”เมื่อได้ยินว่าเขาไปที่ว่าการอ าเภอเพื่อท าเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ สิ่งแรกที่เฮ่อจือหร่านนึกถึงคือต้องจ่ายเงินให้ชาวบ้านพวกนั้นด้วย“ท่านไปเอาเงินมาจากที่ไหนกัน”โม่จิ่วเยี่ยยิ้มพลางตอบว่า “เช้านี้ข้าน าติดตัวออกมาจากพื้นที่มิติบ้าง”เฮ่อจือหร่าน “…”ชายคนนี้ก็มีความคิดอยู่เหมือนกัน รู้จักเอาเงินไปจัดการเรื่องเอง เขาก้าวหน้าขึ้นมากทีเดียว ดีกว่าคนที่ไม่มีเงินติดตัวเมื่อก่อนมากนัก
โม่จิ่วเยี่ยจัดการได้อย่างชัดเจน จ านวนที่ดินและบ้านเรือนตรงกับจ านวนที่ตกลงกับผู้เฒ่าสองคนเมื่อวานทุกประการนางยัด