ไปในที่สุดสองพี่น้องก็มาอยู่หน้ากรงกระต่าย
“ท่านดูสิพี่แปด ชาวต่างชาติบอกเราว่ากระต่ายพวกนี้ไม่หนี ไม่ป่วยง่าย เหมาะส าหรับเลี้ยงในกรงมาก”กระต่ายขนปุยตัวยักษ์กับกระต่ายหูตกนั้นนอกจากรูปร่างแล้วยังมีรูปลักษณ์ที่ดูดีมากโม่ชูหานพูดพลางยิ้มว่า “กระต่ายแบบนี้หากมอบให้หานเยี่ยนางต้องชอบแน่ ๆ”ไม่ใช่เพียงน้องสาว แม้แต่เขาที่เป็นบุรุษตัวโตยังนึกอยากจะอุ้มมัน ช่างน่ารักเสียเหลือเกิน…ยังมีกระต่ายที่เตรียมไว้เลี้ยงเพื่อขายอีก พวกมันเองก็ไม่เหมือนกับกระต่ายป่าที่ล่ามาจากภูเขาไปทั้งหมด กระต่ายป่าหูจะยาวกว่า แต่ขนาดตัวไม่ใหญ่เท่ากระต่ายโตเต็มวัยพวกนี้ยิ่งไปกว่านั้น กระต่ายพวกนี้ล้วนมีสีขาวโพลน ส่วนกระต่ายป่านั้นหาตัวที่มีสีขาวได้ยากมากโม่ชูหานส ารวจดูรอบหนึ่งแล้วถามว่า “น้องเก้า กระต่ายพวกนี้ดูแล้วทั้งตัวใหญ่ตัวเล็กน่าจะมีอย่างน้อยสองร้อยตัวใช่หรือไม่”“ถูกต้อง สองร้อยตัวพอดี” โม่จิ่วเยี่ยตอบโม่ชูหานรู้สึกล าบากใจอยู่บ้าง“น้องเก้า มีกระต่ายเยอะขนาดนี้ แล้วต่อไปจะเอาอะไรมาเลี้ยงพวกมันเล่า”
ในความเข้าใจของเขา กระต่ายป่าภูเขามักกินหญ้าและผลไม้ป่าเป็นอาหารหากเป็นฤดูอื่นก็ยังพอไหว หากอยู่ใกล้ภูเขาก็สามารถไปน าหญ้ามาเลี้ยงได้ แต่ในสภาพอากาศที่หนาวเย็นเช่นนี้ จะท าอย่างไร?“พี่แปด ชาวต่างชาติบอกว่านอกจากหญ้าแล้ว กระต่ายยังกินหัวไชเท้าและผักอย่างอื่นได้ด้วย หากไม่มีก็ให้อาหารหยาบ ๆ ก็ได้เช่นกัน”เมื่อได้ฟัง