พี่สะใภ้ใหญ่ยังคงงุนงงอยู่บ้าง ตามความเข้าใจของนาง ไม่ว่าจะโยนอะไรเข้าไปในเตาไฟ สุดท้ายก็จะถูกเผาจนเป็นเถ้าถ่านทั้งสิ้นน้องสะใภ้เก้ากลับบอกว่าก าลังท าของอร่อย…พี่สะใภ้หกซึ่งปกติพูดน้อยที่สุดเดินเข้ามา แล้วดึงพี่สะใภ้ใหญ่ที่ก าลังสับสนไปด้านข้าง“พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านต้องเชื่อใจน้องสะใภ้เก้าสิเจ้าคะ นางเคยท าอะไรโดยที่ไม่มั่นใจบ้างหรือ”“จริงด้วย น้องสะใภ้เก้าท าอะไรก็รอบคอบเสมอ ข้าคิดมากไปเอง” พี่สะใภ้ใหญ่รู้สึกเขินอายเล็กน้อย จึงโยนตะขอเหล็กไปด้านข้างแล้วล้างชามต่อฝ่ายโม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ได้อยู่เฉย พาเหลียงห่าวและคนอื่น ๆ ช่วยกันขนโต๊ะเก้าอี้ที่ยืมมาไปคืนที่หมู่บ้านโม่ชูหานไปจัดการสัตว์ที่ล่ามาได้อยู่ลานด้านหลังเขาเห็นแล้วว่าน้องสะใภ้เก้าเป็นคนดูแลเรื่องของที่บ้านจริง ๆ แต่แม้เงินที่ใช้จ่ายก็ล้วนมาจากน้องสะใภ้เก้าด้วยตอนนี้เขายังไม่ได้ไปรับต าแหน่งที่ที่ว่าการอ าเภอ จึงถือโอกาสนี้ออกล่าสัตว์ให้มาก ๆ เพื่อแลกกับเงิน แล้วค่อยมอบให้น้องสะใภ้เก้าจัดการต่อไป
คนที่เป็นพี่ชาย เมื่อใช้เงินของคนเป็นน้อง ย่อมรู้สึกไม่สบายใจหากมีงานอะไรที่พอจะช่วยได้ เขาก็ไม่อยากอยู่เฉย ๆโม่หานเยี่ยมองพี่แปดจัดการกับแพะป่ากับไก่ป่าที่ลานด้านหลังเสร็จ จากนั้นเขาก็เดินตรงไปยังห้องหนึ่ง นางรู้สึกร้อนใจขึ้นมาทันที่“พี่แปด! พวกกระต่ายน้อยน่ารักมากนะ ข้าขอร้อง อย่าเอามันไปขายเลย”โม่ชูหานไปที่ห้องนั้นก็เพื่อจุดประสงค์นี้จร