ทันที่“ท่านนายอ าเภอ ได้โปรดช่วยลูกสาวที่น่าสงสารของข้าด้วย…ฮือ ๆ ๆ…”ชายชราเห็นภรรยาของตนร้องไห้จนพูดไม่เป็นภาษา ก็กลัวว่านายอ าเภอจะหมดความอดทน จึงรีบเอ่ยแทรกขึ้นมาว่า“ใต้เท้า เมื่อสามปีก่อน ลูกสาวอายุสิบหกของข้ามาขายไข่ที่ตลาด แต่เพราะนางหน้าตาสะสวย รองนายอ าเภอชุยถึงได้ลักพาตัว
ไปเป็นอนุภรรยา แม้ครอบครัวของเราจะยากจนแต่ก็ไม่อยากให้ลูกสาวไปเป็นอนุภรรยาของใคร พอได้ยินเรื่องนี้ข้าจึงพาลูกชายสองคนไปเรียกตัวนางคืนมาที่เรือนตระกูลชุย”“บ่าวรับใช้ของตระกูลชุยไม่ฟังค าอธิบายอะไรเลย เอาแต่ทุบตีลูกชายสองคนของข้าอย่างหนัก ตอนนี้ลูกชายคนหนึ่งยังนอนอยู่บนเตียง อีกคนก็เดินกะเผลกไปมา”“ลูกสาวผู้น่าสงสารของข้าไม่ยอมอยู่กับรองนายอ าเภอชุย วันนั้นนางก็ผูกคออยู่ในเรือนตระกูลชุย”“ใต้เท้า ครอบครัวของข้าบ้านแตกสาแหรกขาด ทั้งหมดนี้เป็นเพราะรองนายอ าเภอชุย แต่ไม่มีที่พึ่งให้ร้องเรียนเลย พวกเราต้องทนทุกข์มาสามปีแล้ว ขอใต้เท้าโปรดช่วยครอบครัวของข้าด้วย…”ผู้อาวุโสพูดไปพลางร้องไห้สะอึกสะอื้นชาวบ้านที่อยู่ในที่นั้นต่างเช็ดน ้าตาไม่หยุด รู้สึกเห็นอกเห็นใจต่อชะตากรรมของครอบครัวนี้นักหลังจากฟังเรื่องราวของคู่ผู้อาวุโสทั้งสองแล้ว เส้นเลือดตรงขมับของเมิ่งไห่หนิงก็ปูดโปนขึ้นมาด้วยความโมโห เขาก าหมัดแน่นแล้วทุบเสาประตูอย่างแรง“รองนายอ าเภอชุย ช่างเป็นรองนายอ าเภอที่ดีจริง ๆ ดูซิว่าวันนี้ข้าจะจัดการเจ้าอย่างไร”
ชาวบ้