ราหนาวตายหรืออย่างไร”โม่จิ่วเยี่ยเข้ามาปลอบ “ท่านลุงเซี่ยอย่าเพิ่งร้อนใจ พวกเราลองดูกันก่อน แล้วค่อยวางแผนกันอีกทีเถอะ”ตอนนี้ฟ้ามืดแล้ว เซี่ยเจาไปหาท่อนไม้หนา ๆ มาสองท่อนจากที่ไหนไม่รู้แล้วจุดไฟ ใช้ส่องสว่างได้ชั่วคราวด้วยคิดว่าสตรีเป็นคนขี้กลัว โม่จิ่วเยี่ยกับโม่ชูหานจึงตัดสินใจว่าไปส ารวจรอบ ๆ ก่อน ส่วนคนอื่นให้รออยู่ที่นี่ทั้งหมดเฮ่อจือหร่านรู้ว่าสองพี่น้องจะไปตรวจสอบบ้านที่อยู่ทางตะวันออก เรื่องแบบนี้นางย่อมไม่ยอมตกเป็นรอง
ภายใต้การร้องขอของนาง สองพี่น้องจึงยอมให้ไปด้วยทั้งสามคนถือคบเพลิงเดินไปทางทิศตะวันออก พลางเดินพลางสังเกตการณ์ ด้วยหวังว่าจะพบบ้านที่สามารถพักอาศัยได้ชั่วคราวอีกสักสองสามหลังเดินมาได้ครึ่งทาง ทั้งสามคนก็ได้ยินเสียงร้องครวญครางน่าเศร้าดังแว่วมาจากทางทิศตะวันออกอย่างคลุมเครือทั้งสามหยุดฝีเท้าพร้อมกัน“น้องเก้า ที่นั่นต้องมีเรื่องน่าสงสัยแน่”โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้าเบา ๆ “อืม พวกเราพยายามย่างให้เบาที่สุดป้องกันไม่ให้ตื่นตูม”ส่วนเรื่องผีสางอะไรนั้นสองพี่น้องไม่ได้คิดเชื่อหรือต่อให้จะมีจริง ๆ พวกเขาก็ไม่กลัวทั้งสามคนเดินย่องไปทางตะวันออก ยิ่งเดินเสียงก็ยิ่งชัดเจนขึ้นโม่จิ่วเยี่ยขมวดคิ้ว “พี่แปด ท่านรู้สึกคุ้นกับเสียงนี้หรือไม่?”“น้องเก้า เจ้าก็รู้สึกเหมือนกันหรือ?” โม่ชูหานย้อนถาม“ไปกันเถอะ พวกเราเดินเร็ว ๆ หน่อย รีบไปดูกัน”พูดจบ โม่จิ่วเยี่ยก็จับมือเฮ่อจือหร่านแล้วเร่