พราะชาวบ้านที่นั่นเข้ากับคนอื่นได้ยาก ใครก็ตามที่ไปอยู่ ไม่นานก็จะถูกกีดกันจนไม่มีที่อยู่”คนสกุลโม่ยิ่งฟังก็ยิ่งโกรธ
โม่ชูหานก าหมัดแน่น กล่าวอย่างโมโหว่า “ที่นี่ช่างไร้กฎหมายจริง ๆ นายอ าเภอเล็ก ๆ คนหนึ่งกลับทะนงตัวได้ถึงเพียงนี้”สะใภ้แปดเห็นสามีของตนท่าทีโกรธจัด จึงรีบเข้าไปปลอบ “ท่านพี่ เรื่องนี้ควรปรึกษากับน้องเก้าและคนอื่นให้ดีก่อน ท่านอย่าท าอะไรหุนหันพลันแล่น”โม่ชูหานพยายามสะกดความโกรธในใจไว้ แล้วหันไปมองคนในครอบครัว“ท่านแม่ น้องเก้า น้องสะใภ้เก้า พี่สะใภ้ทุกคน พวกท่านมีความเห็นอย่างไร?”พี่สะใภ้รองแสดงความเห็นเป็นคนแรก “ขุนนางสุนัขเช่นนี้ปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาด”พี่สะใภ้ห้ากล่าวเห็นด้วย “พี่สะใภ้รองพูดถูก พวกเราห้ามเอาใจเขา”ฮูหยินผู้เฒ่ามองไปทางโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่าน“จิ่วเยี่ย พวกเจ้าสามีภรรยาคิดเห็นอย่างไร?”โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านสบตากันแล้วตอบ “ท่านแม่ พวกเราดูสถานการณ์ไปก่อนแล้วค่อยตัดสินใจเถอะ”ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้า “อืม ดูสถานการณ์ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ”
เผิงวั่งไม่เข้าใจว่าการดูสถานการณ์ไปก่อนแล้วค่อยตัดสินใจของสกุลโม่นั้นเป็นอย่างไรกันแน่ แต่อย่างไรเขาก็ได้พูดเตือนทุกอย่างที่ควรเตือนไปแล้ว ส่วนคนสกุลโม่จะเลือกท าอย่างไรก็ต้องคอยดูพวกเขาไปเองตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยไม่มีข้อสงสัยอะไร พวกเขาเพียงท าตามสกุลโม่ทุกย่างก้าว ต่อให้สกุลโม่จะไปอยู่ในสถานที่ที่แย่ที่สุดพวกเขาก