ก้าหยิบยื่นออกมา โม่อวิ๋นเฟิงก็ปฏิเสธทันที่“ไม่ได้หรอกน้องสะใภ้เก้า ที่บ้านมีคนอีกมาก ระหว่างทางยิ่งต้องใช้เงินมากกว่า ข้าจะหาทางจัดการกับเสบียงเดินทางเอง”
ฮูหยินผู้เฒ่าคิดว่าเงินที่เฮ่อจือหร่านหยิบออกมานี้ล้วนเป็นเงินที่ครอบครัวของนางมอบให้ก่อนออกเดินทาง การต้องใช้มันเลี้ยงดูครอบครัวใหญ่ของพวกเขาก็มากพอแล้ว ไม่ควรให้นางต้องออกเงินใช้จ่ายอีกด้วยเหตุนี้ ฮูหยินผู้เฒ่าจึงช่วยโม่อวิ๋นเฟิงปฏิเสธด้วยอีกแรง“สะใภ้เฮ่อ พี่สามของเจ้าเป็นบุรุษตัวโต เขาอยู่ข้างนอกคงไม่ถึงกับอดตายหรอก เงินนี้เจ้าเก็บกลับไปเถอะ!”ตอนนั้นเองพี่สะใภ้สามก็หยิบถุงเงินออกมาแล้วยัดใส่มือของโม่อวิ๋นเฟิง“ท่านพี่ ถ้าท่านไม่ยอมรับเงินของน้องสะใภ้เก้า ก็ใช้เงินของข้าได้นะ”โม่อวิ๋นเฟิงยังคงไม่รับ เขายัดถุงเงินคืนใส่มือของภรรยา“เรื่องค่าเดินทางข้าจะหาวิธีเอง พวกเจ้าเก็บเงินเอาไว้ใช้ยามจ าเป็นเถอะ”เห็นโม่อวิ๋นเฟิงยืนกรานเช่นนั้น สะใภ้สามจึงจ าต้องเก็บถุงเงินกลับไปนางก าชับเขาอีกสองสามประโยค ก่อนจะแยกจากสามีด้วยความอาลัยอาวรณ์
โม่อวิ๋นเฟิงใช้วิชาตัวเบา จากนั้นร่างกายก็หายวับไปอย่างรวดเร็วน ้าตาของพี่สะใภ้สามไหลรินลงมาอีกครั้งอย่างควบคุมไม่ได้เฮ่อจือหร่านปลอบนางสองสามค า แล้วพาทุกคนเดินกลับค่ายพักระหว่างทางฮูหยินผู้เฒ่าก็ก าชับพี่สะใภ้สามว่าอย่าเพิ่งบอกเรื่องวันนี้กับคนอื่นแม้ว่าในสกุลโม่จะไม่มีคนจิตใจคิดร้าย แต่ยิ่งมากคนก็ยิ่งม