ากปาก ยากจะรับประกันได้ว่าใครจะไม่พลั้งปากพูดออกไปจนเกิดปัญหาหลังกลับถึงค่ายพัก ฮูหยินผู้เฒ่าท าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นพลางไปเรียกโม่หานเยี่ยให้ตื่นนอนและล้างหน้าล้างตาโม่ชูหานเห็นทุกคนกลับมา จึงรีบดึงโม่จิ่วเยี่ยไปสอบถามอย่างร้อนใจโชคดีที่ตอนนี้พวกเจ้าหน้าที่เพิ่งตื่น ยังมีเวลาเหลือก่อนออกเดินทางเฮ่อจือหร่านไม่ได้นอนมาทั้งคืน จึงเข้าไปในกระโจมเพื่อพักผ่อนแล้ว
นางเพิ่งจะล้มตัวนอน ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของม้าวิ่งวุ่นดังมาแต่ไกลเสียงม้าดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ และหยุดลงใกล้กับค่ายพักอย่างรวดเร็วทุกคนออกมาจากกระโจมเพื่อตรวจสอบเห็นเพียงชายคนหนึ่งสวมชุดขุนนางก าลังขี่ม้า ในมือถือภาพวาดของหนานเหิงอยู่“พวกเจ้าเห็นองค์ชายเหิงหรือไม่?”เผิงวั่งรีบเดินเข้าไปดูก่อน“ใต้เท้า พวกเราไม่เคยเห็นองค์ชายเหิงมาก่อนเลยขอรับ”ชายบนหลังม้าเห็นเผิงวั่งตอบอย่างขอไปที่ จึงท าสีหน้าบึ้งตึงทันใด“เจ้าดูให้ดี นี่คือองค์ชายเหิง ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะตอบส่ง ๆ ได้”เผิงวั่งตกใจกับท่าทีของคนบนหลังม้าจนเหงื่อเย็นผุดซึมแต่เขาก็ไม่ได้โกหกนะ…“ใต้เท้า ข้าเป็นเพียงเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยขั้นแปด จะมีคุณสมบัติอะไรไปพบองค์ชายเหิงได้เล่า?”
ชายบนหลังม้าคิดว่าค าพูดเขามีเหตุผล องค์ชายหนานเหิงไม่ใช่บุคคลที่ใครก็มีสิทธิ์พบเห็นได้ดังนั้น หลังจากกวาดตามองรอบค่ายพักแล้ว เขาก็โบกมือไปทางด้านหลัง น าคนทั้งหมดจากไปอย่างรวดเร็วเผิงวั่งเช็ดเหงื่อบ