มือไม่ได้เช่นกันไม่คาดคิดว่าหนานเหิงในตอนนั้นจะขออาสากับจักรพรรดิซุ่นอู่ขออนุญาตติดตามโม่ซิวเหยียนไปยังชายแดน โดยอ้างว่าตั้งใจจะไปฝึกฝนเป็นประสบการณ์พี่สี่สวมชุดเกราะออกรบได้เพียงครึ่งปี เมืองหลวงก็ได้รับข่าวร้ายว่าเขาเสียชีวิตในสนามรบแล้วและคนที่น าข่าวมาบอกด้วยตัวเองก็คือหนานเหิงตอนที่หนานเหิงเล่าถึงการตายของโม่ซิวเหยียนในท้องพระโรงกล่าวได้ว่ายามนั้นเขาร้องไห้น ้าตาไหลพรากเขาถึงกับอ้างว่าตนน าคนไปฝังศพของโม่ซิวเหยียนด้วยตัวเองตอนแรกสกุลโม่สงสัยในตัวหนานเหิง แต่ต่อมาเมื่อมีคนไปสืบที่ชายแดน ได้ยินว่าตอนโม่ซิวเหยียนเสียชีวิต หนานเหิงก็ได้รับบาดเจ็บจากการน าคนไปช่วยเหลือเขาอีกทั้งเมื่อวิเคราะห์จากรายละเอียดต่าง ๆ หนานเหิงก็ไม่มีเหตุผลจะลงมือกับโม่ซิวเหยียน ดังนั้น สกุลโม่จึงเลิกสงสัยหนานเหิงทีละน้อยโม่จิ่วเยี่ยได้ยินเรื่องนี้จากหนานเหิงด้วยตัวเอง จึงตระหนักได้แล้วว่าตอนนั้นสกุลโม่ถูกกลอุบายของหนานเหิงหลอกได้ทั้งหมด
เห็นโม่จิ่วเยี่ยเริ่มมีอารมณ์รุนแรง หนานเหิงก็รีบแก้ตัวทันที่“ข้าไม่ได้ท าให้โม่ซิวเหยียนตาย เขาตายเพราะศัตรูต่างหาก”โม่จิ่วเยี่ยไม่เชื่อค าโกหกของเขา มือที่จับคอเสื้อกระชับแน่นขึ้นอีก พาให้หนานเหิงเริ่มหายใจล าบากหนานเหิงหน้าแดงก ่า ไอออกมาอย่างหนักหลายครั้ง“ปล่อยข้า ปล่อย…แค่ก ๆ…”ในใจโม่จิ่วเยี่ยตอนนี้ เขาอยากจะฆ่าหนานเหิงทั้งเป็น แต่สติย ้าเตือนว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่ต