้องถาม หนานเหิงจึงไม่ควรจะตายตอนนี้เฮ่อจือหร่านเห็นแบบนั้น จึงเดินเข้ามาตบตัวโม่จิ่วเยี่ยเบา ๆเพื่อให้เขาใจเย็นลง พร้อมกับเตือนว่า “ให้เขาพูดก่อนเถอะ”โม่จิ่วเยี่ยจึงผ่อนแรงในมือลง“เจ้าพูดมา ถ้ากล้าโกหกแม้แต่ค าเดียว ข้าจะท าให้เจ้าเสียใจที่เกิดมาบนโลกนี้”พอหายใจได้สะดวก หนานเหิงก็ไอออกมาอีกหลายครั้ง เขาจ้องมองโม่จิ่วเยี่ยด้วยความหวาดกลัว ท่าทางก็เหมือนคนพูดไม่ออกสิ่งที่เขาท ากับสกุลโม่แต่ละเรื่อง ล้วนสามารถกระตุ้นให้โม่จิ่วเยี่ยโกรธแค้นได้หนานเหิงในตอนนี้กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแล้ว
เขายังกลัวว่าตนเองอาจจะตายใต้คมมีดของโม่จิ่วเยี่ยก่อนที่จะพูดจบด้วยซ ้าเฮ่อจือหร่านเหมือนจะมองความคิดของเขาออก จึงก้าวเข้ามาหนึ่งก้าวแล้วเกลี้ยกล่อมว่า“ข้ารู้ว่าเจ้าคิดอะไร เจ้าก็แค่กังวลเรื่องชีวิตของตัวเอง แต่ตอนนี้ข้ารับรองกับเจ้าว่า ขอเพียงพูดความจริงทั้งหมดที่เจ้าได้ท าตามตรงข้าก็จะช่วยขอร้องสามีให้ไว้ชีวิตเจ้า”ดังนั้นหนานเหิงจึงได้รู้ว่าหญิงสาวที่รู้วิชาอาคมคนนี้ แท้จริงแล้วคือภรรยาของโม่จิ่วเยี่ย บุตรสาวแท้ ๆ ของเสนาบดีเฮ่อแต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงว่าตระกูลของเสนาบดีเฮ่อ จะเลี้ยงดูบุตรสาวที่เก่งกาจถึงเพียงนี้เฮ่อจือหร่านเห็นเขายังไม่แสดงท่าทีใด ๆ จึงเอ่ยเร่งว่า “หนทางรอดเพียงหนึ่งเดียวอยู่ตรงหน้าแล้ว จะเลือกอย่างไหนก็ขึ้นอยู่กับตัวเจ้าเอง”หนานเหิงดึงสติกลับมา แล้วสบตากับเฮ่อจือหร่าน“ข้าจะเชื่อค