าพูดของเจ้าได้อย่างไร?”เฮ่อจือหร่านยิ้มมุมปาก มองไปทางโม่จิ่วเยี่ยแล้วพูดว่า “ท่านพี่ค าพูดของข้า ท่านจะฟังหรือไม่ฟัง?”โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้าทันที่ “แน่นอนว่าข้าฟังเจ้า”
เฮ่อจือหร่านยักไหล่ให้หนานเหิง “เจ้าได้ยินหรือไม่? สามีของข้ายอมรับด้วยตัวเองแล้วว่าจะฟังค าพูดของข้า”ตอนนี้หนานเหิงเหมือนคนคว้าเชือกเส้นสุดท้ายเอาไว้“เช่นนั้นพวกเจ้าต้องสัญญากับข้า ไม่ว่าข้าจะพูดอะไร โม่จิ่วเยี่ยก็จะไม่ลงมือกับข้าเด็ดขาด”“ตกลง ข้าขอรับปากแทนสามีเอง” เฮ่อจือหร่านรีบพูดก่อนโม่จิ่วเยี่ยจะตอบรับเพราะการที่โม่จิ่วเยี่ยไม่สามารถลงมือได้ มันไม่ได้หมายความว่านางจะเป็นคนลงมือไม่ได้…หนานเหิงเห็นแบบนี้ ความกลัวในใจจึงค่อย ๆ จางหายไปบ้าง“ในตอนนั้นที่ชายแดน ข้ากับโม่ซิวเหยียนร่วมกันออกรบต่อสู้กับศัตรู ข้าเห็นกองทัพฝ่ายศัตรูถูกโจมตีจนแตกกระเจิง จึงเกิดความคิดอยากไล่ตามไปโม่ซิวเหยียนพยายามห้ามข้าไม่ให้ไล่ตามศัตรูที่พ่ายแพ้ แต่ตอนนั้นข้ายังหนุ่มและเลือดร้อน มุ่งมั่นที่จะสร้างผลงานเพื่อให้เสด็จพ่อยอมรับ จึงไม่ฟังค าเตือนของโม่ซิวเหยียนข้าน าทหารกลุ่มหนึ่งไล่ตามไปไม่นานก็ตกหลุมพรางของศัตรูในช่วงเวลาคับขัน โม่ซิวเหยียนน าก าลังมาช่วยเหลือ เขาฝ่าวงล้อมเพื่อให้ข้าหนีรอดมา แต่เขากับทหารเหล่านั้นกลับตายที่นั่น
โม่ซิวเหยียนตายเพราะช่วยชีวิตข้า แม้ความสัมพันธ์ระหว่างเราจะไม่ได้สนิทสนมกันมากนัก แต่ข้าก็ยังซาบซึ้งในบุญคุณนี้